
ธปท.แจงรายย่อยกระหน่ำขอสินเชื่อ
ธปท.ชี้สินเชื่อรายย่อยและเอสเอ็มอียังขยายตัวได้ดี แม้บรรยากาศการเมืองร้อนระอุ และผลกระทบจากวิกฤตหนี้อียู
ธปท.ชี้สินเชื่อรายย่อยและเอสเอ็มอียังขยายตัวได้ดี แม้บรรยากาศการเมืองร้อนระอุ และผลกระทบจากวิกฤตหนี้อียู
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้สินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ยังขยายตัวได้ดี แม้ขณะนี้จะมีปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการชุมนุมของกลุ่มคนต่างๆ และปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศ โดยในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สินเชื่อโต 13% และในเดือน พ.ค. ก็มีการขยายสินเชื่อต่อเนื่อง
“ภาวะเช่นนี้อาจจะทำให้นักลงทุนหงุดหงิดบ้าง แต่ปัจจัยเหล่านี้น่าจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจขอสินเชื่อเพื่อมาลงทุน โดยเฉพาะรายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี”นางสาลินีกล่าว
ดังนั้น อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากของระบบสูงขึ้น แต่ ธปท.ยืนยันว่าสภาพคล่องในระบบไม่ขาดแคลน ยังมีเพียงพอที่จะรองรับความต้องการกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้
นางสาลินี กล่าวว่า ปัจจัยทางการเมืองมีผลกระทบต่อนักลงทุนรายใหญ่ที่อาจจะทำให้ตัดสินใจกู้เงินช้าลงบ้าง เพราะมีมูลค่าการลงทุนสูง ต้องดูปัจจัยแวดล้อมมากกว่ารายย่อย เช่น ปัจจัยการเมือง ค่าจ้างแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ฯลฯ หากปัจจัยพื้นฐานของไทยไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็อาจจะตัดสินใจไปลงทุนที่อื่น เนื่องจากนักลงทุนกลุ่มนี้มีทางเลือกมากกว่า และยิ่งจะเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้นอีก
“ในสถานการณ์เช่นนี้ เรายังเชื่อว่าปีนี้และปีหน้า แนวโน้มสินเชื่อน่าจะยังดี ธุรกิจแบงก์น่าจะยังมีกำไร แต่ระยะไปข้างหน้าที่รายใหญ่เขาต้องดูหลายปัจจัย และอาจจะไม่มาไทย ทำให้การกู้ลงทุนของรายใหญ่ที่จะเพิ่มเข้ามา อาจจะไม่มากอย่างที่อยากจะให้เป็น แต่ที่สุดการกู้ลงทุนในไทยของเอสเอ็มอี การอุปโภคบริโภคก็น่าจะยังดีต่อเนื่อง เพราะที่ดูสินเชื่อล่าสุดที่ออกมาเมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ ขยายตัวถึง 13% ซึ่งโตต่อเนื่องจากฐานปีก่อนที่สูง สินเชื่อจึงน่าจะโตได้ในระดับที่ดี ไม่น่าห่วง เพราะข้อมูลเบื้องต้นในเดือน พ.ค.ก็ยังโตได้ดี และยังไม่เห็นมีแบงก์ไหนปรับลดเป้าสินเชื่อลง มีแต่โตขึ้น” นางสาลินี กล่าว
ทั้งนี้ ธปท.ประกาศอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากและตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ที่ไม่รวมการกู้ยืมระหว่างธนาคาร (Interbank) ในปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน ม.ค. อยู่ระดับ 89.52 เดือน ก.พ. อยู่ที่ระดับ 89.49 เดือน มี.ค. อยู่ที่ 90.18 และล่าสุดเดือน เม.ย. อยู่ที่ 91.67 สะท้อนสภาพคล่องที่ตึงตัวมากขึ้นตามสินเชื่อที่ขยายตัวได้ดี







