
สมาชิกทรูลุ้นเหนื่อยดูบอลยูโร
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2012 นอกจากจะเป็นศึกฟุตบอลแล้วยังเป็นสงครามลิขสิทธิ์
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2012 นอกจากจะเป็นศึกฟุตบอลแล้ว ยังเป็นสงครามลิขสิทธิ์
การถ่ายทอดสดในประเทศไทยด้วย โดยเป็นคู่กรณีระหว่างบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้ถือลิขสิทธิ์ และบริษัท ทรูวิชั่นส์ ผู้ประกอบการธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก โดยล่าสุดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะบิ๊กบอสจากทั้งสองค่ายเปิดโต๊ะเจรจากันไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางทรูวิชั่นส์ ระบุว่า ภายในวันจันทร์หรืออังคารนี้น่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจน ขณะที่ ธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหารของจีเอ็มเอ็ม แซท กล่าวว่า จีเอ็มเอ็มกำลังเจรจากับทางยูฟ่า เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน เพื่อให้ถ่ายทอดผ่านทรูวิชั่นส์ได้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันพุธ ขณะที่ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสท.) ที่มี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธาน ระบุว่า บอร์ดมีมติประชุมวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. มีคำสั่งให้ทรูวิชั่นส์ต้องมีสัญญาณถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรให้ลูกค้าทรูวิชั่นส์ ตามสัญญาให้บริการที่ทรูวิชั่นส์เรียกเก็บรายเดือนว่า ฟรีทีวีถือเป็นช่องบริการพื้นฐานที่มีอยู่ในทุกแพ็กเกจ โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นหากมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรทางช่องฟรีทีวีในระบบอื่นๆ ลูกค้าทรูวิชั่นส์ก็ต้องได้รับชมเช่นเดียวกัน และจะหารายการอื่นมาออกอากาศแทนไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าสมาชิกของทรูวิชั่นส์ยังคงต้องรอลุ้นผลการเจรจาในช่วงสัปดาห์นี้อีกครั้ง
“หากทรูวิชั่นส์ไม่ปฏิบัติตาม กสท.จะดำเนินการตามมาตรา 57 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 คือ ปรับ 5 หมื่น5 ล้านบาท เนื่องจากการแพร่ภาพดังกล่าวผ่านฟรีทีวี ช่อง 3, 5 และ 9 ซึ่งฟรีทีวีทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และไม่กระทบสิทธิของประชาชน ดังนั้นหากดูผ่านฟรีทีวีได้ ไม่ว่าช่องทางใดก็ต้องรับชมได้” พ.อ.นที กล่าว
สำหรับกรณียูโร 2012 นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการวางมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรทัศน์ทั้งฟรีทีวีและเพย์ทีวี ซึ่งทาง กสท. ต้องเร่งรัดออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบกิจการให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันสภาพปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยพิจารณาใน 2 เรื่องหลัก คือ การทำสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน และการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับสิทธิอย่างเป็นธรรม
ปัจจุบันทรูวิชั่นส์ยังถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลรายการสำคัญที่สุดคือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องการแย่งชิงลิขสิทธิ์มาครองให้ได้ โดยจะมีการประมูลฤดูกาล 2013 ในเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นสงครามลิขสิทธิ์อีกครั้งแน่นอน
โรงงานใหม่ทิ้งไทยหนีค่าแรงแพง
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยจำนวนผู้ได้รับอนุญาตให้เปิดโรงงานใหม่เดือน พ.ค. อย่างไม่เป็นทางการจำนวน 278 ราย มูลค่าลงทุน 6,113 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการลงทุนกว่า 2.39 หมื่นล้านบาท ลดลง 400% โดยเหตุหลักมาจากนักลงทุนชะลอแผนการสร้างโรงงานในไทย และเปลี่ยนไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่จะมีผลวันที่ 1 ม.ค. 2556 ซึ่งมีผลมากกับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมอาหาร โดยประเด็นดังกล่าวรัฐบาลยังมองว่าไม่น่ากังวลใจ เพราะโรงงานบางประเภทต้องปรับแผนไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาแหล่งต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า และประเทศไทยไม่มีค่าจ้างแรงงานในระดับที่ต่ำอีกแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเทศและหลายอุตสาหกรรมที่สนใจมาลงทุนในไทย หลังจากรัฐบาลไปโรดโชว์ต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย และกลุ่มยุโรป เพราะไทยยังเป็นตัวเลือกฐานการผลิตเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ดีที่สุด มีความได้เปรียบทั้งสถานที่ตั้ง บุคลากร และวัตถุดิบ
จ่อถอนทูตพาณิชย์
บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า มีแผนปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศกับประเทศที่ไม่สามารถจะผลักดันการส่งออกให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว โดยเฉพะตลาดยุโรป เช่น กรีซ สเปน อิตาลี โปรตุเกส เนื่องจากการส่งออกจากไทยไปอิ่มตัว หรือประสบปัญหาไม่มีกำลังซื้อ ซึ่งหลังจากปิดตัวจะโอนย้ายผู้อำนวยการส่งเสริมการค้า หรือทูตพาณิชย์ไปประเทศอื่นที่มีศักยภาพผลักดันส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น จีน อินเดีย กลุ่มตะวันออกกลาง รัสเซีย และซีไอเอส โดยจะมีทั้งการเจาะตลาดใหม่และไปสมทบกับทูตพาณิชย์ที่มีอยู่แล้ว แต่แผนดังกล่าวยังต้องรอสรุปอีกครั้งหลังหารือกับผู้ประกอบการส่งออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อ
อย่างไรก็ตามแผนดังกล่าวจะมีการสรุปอีกครั้งหลังหารือร่วมกับผู้ประกอบการส่งออกใน 7 ภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาผู้ชนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย โดยเป้าหมายในปีนี้ต้องการผลักดันการส่งออกให้ขยายตัว 15% หรือมูลค่า 2.63 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และจะมีการหารือถึง 2 มาตรการคือ ความต้องการของเอกชนที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือเพื่อผลักดันยอดการส่งออกให้ได้ตามเป้า และการทำข้อมูลจากภาคเอกชนมาปรับยุทธศาสตร์และการทำงานของกระทรวงพาณิชย์
อนุฯ3จี ฟันสัญญาทรูฮัทช์ผิดปกติ
นายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จีระหว่างกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่นและ กสท โทรคมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. สรุปส่งเรื่องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ที่จะประชุมบอร์ดในสัปดาห์นี้ พบว่าสัญญามีความผิดปกติ 7 ข้อ คือ 1.กสท ต้องสามารถนำคลื่นความถี่ 800 เมกะเฮิรตซ์ไปใช้กับเครื่องและอุปกรณ์ของตนเองและบริษัทอื่นได้ 2. กสท ต้องควบคุมดูและและบริหารจัดการ Network Operation Center อย่างสมบูรณ์ 3. ข้อมูลการใช้งานต้องอยู่ในความครอบครองของ กสท 4. กสท ต้องมีอำนาจในการบริหารจัดการคลื่นความถี่โดยชัดแจ้ง 5. กสท ต้องมีอำนาจในการสร้างและจัดหาความจุของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทสไทย) แต่ผู้เดียว 6. กสท ต้องมีอำนาจเพียงผู้เดียวในการเจรจาการให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศและการเชื่อมต่อโครงข่ายกับผู้ให้บริการรายอื่น และ 7. กสท ต้องมีอำนาจในการควบคุมการใช้คลื่นความถี่อย่างสมบูรณ์ และต้องเป็นไปตามกลไกตลาด







