
ครม.แม้วทำรัฐเจ๊งแสนล.
สคร.ชงฟ้องอดีตรมต.ทั้งคณะปล่อยกู้พม่าคลังเป็นเจ้าทุกข์
โพสต์ทูเดย์
— สคร.สรุปความเสียหายของรัฐจากคดียึดทรัพย์ทักษิณ 1.08 แสนล้าน คาดต้องฟ้อง ครม.ทั้งคณะที่อนุมัติให้กู้พม่า กรณี “ทีโอที” ฟ้องนายกฯ ยันรองเอ็มดีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าได้สรุปผลศึกษาความเสียหายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามคำพิพากษายึดทรัพย์ 4.63 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และได้เสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณาเอาผิดกับผู้ที่สร้างความเสียหายให้แก่รัฐแล้ว
ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า ได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นตามฐานความผิดทั้ง 5 สัญญาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ ให้ตัวเองว่ามีทั้งสิ้น 1.08 แสนล้านบาท
น.ส.สุภา กล่าวว่า กรณีบริษัท ทีโอที ประเมินว่าเสียหายกว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการประเมิน ณ วันที่ศาลรับฟ้องในปี 2550 แต่ถึงวันนี้ความเสียหายน่าจะถึงแสนล้านบาท
สำหรับกรณีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) นั้นจะเสียหายจากที่รัฐต้องจ่ายงบชดเชยดอกเบี้ยจนถึงสิ้นสุดสัญญาคาดว่าน่าจะกว่า 800 ล้านบาท และสัญญานี้ไทยจะไปยกเลิกกับรัฐบาลพม่าไม่ได้ สัญญาเงินกู้ก็ต้องเดินต่อไป
“
กรณีสัญญาปล่อยกู้ให้พม่าหน่วยงานที่เสียหายคงไม่ใช่เอ็กซิมแบงก์ เนื่องจากได้รับเงินชดเชยอยู่แล้ว ดังนั้นทางกระทรวงการคลังคงต้องส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องร้องคณะรัฐมนตรีชุดที่มีมติอนุมัติการปล่อยกู้ดังกล่าวทั้งคณะ” ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัท ทีโอที นั้นต้องฟ้องร้อง ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติแต่ละสัญญาทั้งคณะเช่นเดียวกัน และจะฟ้องไล่ไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สมัยนั้น คณะกรรมการบริษัท ทีโอที กรรมการผู้จัดการ และรองกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีโอที ชุดที่มีมติให้แก้ไขสัญญา
น.ส.สุภา กล่าวว่า สำหรับการ ออกพระราชกำหนดภาษีสรรพสามิต ซึ่งเป็นการแปลงสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคมนั้น การออกกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ได้มีผลทำให้บริษัท ทีโอที เสียหาย แต่จุดที่ทำให้บริษัท ทีโอที เสียหาย ก็คือมติ ครม. สมัยที่มี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.ไอซีที ที่กำหนดให้มีการนำรายได้สัมปทานทั้งปีไปหักภาษีสรรพสามิต ส่งผลให้ทีโอทีต้องรับภาระจ่ายภาษีแทนเอกชนแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า นายกรณ์กำลังศึกษาข้อมูลและข้อกฎหมายประกอบ เพื่อฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
จะส่งข้อมูลทั้งหมด
ทั้งนี้ สำหรับสัญญาที่มีการแก้ไข ซึ่งเป็นฐานความผิดตามคำพิพากษาของศาล ได้แก่ 1.การแปลงสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคม ด้วยการออกพระราชกำหนดภาษีสรรพสามิต 2.การแก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า (พรีเพด) เอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส 3.การแก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วม (โรมมิ่ง) 4.แก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมโดยมิชอบ และ 5.อนุมัติเงินกู้ของเอ็กซิมแบงก์ วงเงิน 4,000 ล้านบาท ให้รัฐบาลพม่า เพื่อนำเงินไปซื้อสินค้าจากบริษัท ชินแซทเทิลไลท์







