posttoday
ธนชาตเพิ่มทุนกู้เงินซื้อนครหลวง

ธนชาตเพิ่มทุนกู้เงินซื้อนครหลวง

12 มีนาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — กลุ่มทุนธนชาตโนวาสโกเทียแบงก์ดิ้นหาเงิน 6.8 หมื่นล้าน หลังเซ็นซื้อนครหลวงไทยสำเร็จ

นายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ ธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารจะใช้เงิน 6.8 หมื่นล้านบาท ในการซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทย โดยขณะนี้มีเงินสดแล้ว 2 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 4.8 หมื่นล้านบาท จะมาจากการระดมทุนแบ่งเป็นการเพิ่มทุนของบริษัท ทุนธนชาต และโนวาสโกเทียแบงก์ 3.5 หมื่นล้านบาท ออกหุ้นกู้ไม่มีระยะเวลา (ไฮบริดเทียร์วัน) 6,0007,000 ล้านบาท และออกหุ้นกู้ที่จะนับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 อีก 6,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ธนาคารธนชาตลงนามสัญญาซื้อหุ้นกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟู สัดส่วน 47.58% ราคา 32.50 บาทต่อหุ้น โดยธนาคารจะจ่ายแคชเชียร์เช็คมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระค่าหุ้นให้กองทุนฟื้นฟูฯ ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ และจะใช้เงินอีก 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อทำคำเสนอซื้อหุ้นจากรายย่อย (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) ช่วงเดือน เม.ย.

นายบันเทิง กล่าวว่า จะทำแผนไปยังธปท.เพื่อขอผ่อนผันให้ทั้งธนาคารธนชาต และนครหลวงไทย ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเดียวกัน ทำธุรกิจควบคู่กันไปก่อน จนกว่าจะเริ่มกระบวนการควบรวมกิจการต้นปี 2554 และจะควบรวมให้เหลือเพียงชื่อธนาคารธนชาต ธนาคารเดียว ก่อนสิ้นปี 2554ด้านพนักงาน 2 แบงก์มีจุดแข็งกันคนละอย่าง ดังนั้น พนักงานระดับล่างของธนาคารนครหลวงไทยจะได้รับผลกระทบน้อยมาก

“ผู้บริหารทั้งสองแบงก์ต่างคุ้นเคยกันดี ลำพังผู้บริหารธนชาตมีไม่พอรองรับการเติบโต ต้องอาศัยผู้บริหารสคิปมาช่วย” นายบันเทิง กล่าว

แหล่งข่าวจากธนาคารนครหลวง ไทยเปิดเผยว่า เช้าวันที่ 11 มี.ค. นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารนครหลวงไทย ได้เรียกประชุมผู้บริหาร ให้สื่อความไปยังพนักงานระดับล่างอย่าหวั่นวิตก เพราะการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ การควบรวมกิจการ เพื่อการแข็งแกร่ง เพิ่มความสามารถในการทำกำไร

“การควบรวมกิจการครั้งนี้ แตกต่างกับช่วงที่รวมกับศรีนครที่ควบเพราะมีปัญหา แต่ครั้งดี ทั้ง 2 แบงก์ต่างไม่มีปัญหา มีแต่เรื่องดี เพียงแต่พนักงานต้องปรับตัว เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่เปลี่ยน กระบวนการทำงานก็เปลี่ยน” แหล่งข่าว กล่าว

ต่อข่าว เต้ย – ธปท.มั่นใจอนาคตธนาคารธนชาตหลังควบรวมนครหลวงไทยไปโหลด เล็งนำเงินจากการขายหุ้นไปชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ในฐานะผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวว่า การตัดสินใจขายหุ้นครั้งนี้เนื่องจากสามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีที่สุดทั้งด้านราคาและเงื่อนไขสัญญากับธนาคารธนชาตได้มากที่สุดกว่ารายอื่นๆ ที่สนใจเข้ามาเสนอในเบื้องต้น 5 ราย กระทั่งสุดท้ายเหลือ 2 รายทำให้กองทุนฟื้นฟูฯบรรลุเป้าหมายการส่งเสริมให้ธนาคารเข้มแข็งและพัฒนาต่อไปได้ เพราะหลังการซื้อขายธนาคารนครหลวงไทยจะต้องควบรวมกับธนคารธนชาต ทำให้มีสินทรัพย์รวม 2 ธนาคารเพิ่มเป็น 8 แสนล้านบาท มีสาขารวมกันมากถึง 600 สาขา มั่นใจได้ว่าธนาคาร2แห่งนี้จะผสานจุดแข็งช่วยให้ธนาคารแข็งแกร่ง และสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบสถาบันการเงินไทยได้มากขึ้น ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยก็ต้องคืบใบอนุญาตประกอบกิจการกับธปท.

“การตัดสินใจขายราคานี้ กองทุนฟื้นฟูฯไม่ได้ตีมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์คทูมาร์เก็ต) แต่มองอนาคตในระยะยาวแทน แต่การขายครั้งนี้สูงกว่าราคาตามมูลค่าทางบัญชีที่ 19 บาท/หุ้น ณ ก.ย.ปีที่ผ่านมาที่มีการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ถึง 1.63 เท่า ซึ่งเงินที่ได้จากการหุ้นกองทุนฟื้นฟูฯ จะนำไปชดเชยภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯที่เพิ่มขึ้น “ ทองอุไรกล่าว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69