
โพสต์ทูเดย์ควงกสิกรไทยช่วยเอสเอ็มอีหาพันธมิตรรับเออีซี
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 3 ปี ไทยจะต้องเปิดประตูก้าวสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 3 ปี ไทยจะต้องเปิดประตูก้าวสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับเออีซีไม่มากนัก โดย ณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเออีซี และต้องเห็นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างไร โดยเฉพาะแนวทางการรับมือสถานการณ์ที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงไป หลังเข้าสู่ยุคการค้าเสรีในปี 2558
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เอสเอ็มอีไทยแข็งแรงรองรับการแข่งขันแบบเสรีได้ จำเป็นต้องมีพันธมิตรที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางการเงิน พันธมิตรทางด้านข้อมูลข่าวสาร เพื่อเป็นที่ปรึกษาที่ดีในการลงทุนในอนาคต เป็นผลให้การจัดงานเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย “โพสต์ทูเดย์–เค เอสเอ็มอี แอนด์ แฟรนไชส์ เอกซ์โป 2012” เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์และธนาคารกสิกรไทย
การจัดงานโพสต์ทูเดย์–เค เอสเอ็มอี แอนด์ แฟรนไชส์ เอกซ์โป 2012 ระหว่างวันที่ 23-24 มิ.ย. 2555 ณ ห้องเวิลด์บอลรูมเอ ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นับเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยมองเห็นความสำคัญของเอสเอ็มอีที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งโครงสร้างทางเศรษฐกิจยุคใหม่จะมีเพียงผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างเดียวไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน แต่จะต้องประกอบไปด้วย ผู้ประกอบการรายกลาง และรายเล็กเสริมให้สมดุล หากวิเคราะห์ถึงแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก โดยเฉพาะแบรนด์ดังในยุโรปล้วนเกิดมาจากเอสเอ็มอีทั้งสิ้น
สะท้อนให้เห็นว่า โอกาสที่เอสเอ็มอีไทยจะกลายเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
นอกจากนี้ การเปิดเสรีการค้าในอีก 3 ปีข้างหน้า ทำให้ต้องมีการปรับรูปแบบการจัดงานให้เข้มข้นทั้งในด้านวิชาการและผู้ที่ร่วมมาออกงาน โดยหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ได้รวมงานเอสเอ็มอีกับงานแฟรนไชส์เข้าด้วยกัน พร้อมกับเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในปีที่ผ่านมา เป็นโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น คือ กลุ่มผู้สนใจลงทุนและกลุ่มที่ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในอนาคต คาดว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีอายุน้อยลง เพราะแนวโน้มคนจบใหม่มีความต้องการเป็นนายตัวเองสูง ต้องการทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น และเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการหาความรู้ก่อนการลงทุน
สำหรับพื้นที่ในการจัดงานครั้งนี้ใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านมา 2030% เพื่อรองรับจำนวนแฟรนไชส์ชั้นนำที่มาร่วมออกงานกว่า 50 แฟรนไชส์ ล้วนเป็นแฟรนไชส์ที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ว่าประสบความสำเร็จมาแล้ว เช่น ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กสมาร์ต อิงลิช ศูนย์บริการรถยนต์ คาร์แลค ร้านเอ็น แอนด์ บี พิซซา เครป ร้านขายยากรุงเทพฯ ร้านโดนัต แดดดีโด ยักษ์ใหญ่จากวงการออนไลน์ กูเกิล เป็นต้น
แฟรนไชส์ที่เข้าร่วมมีตั้งแต่ระดับการลงทุนหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและขนาดการลงทุน เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการ
ทางด้านวิชาการเข้มข้นด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปกับธุรกิจในฝัน สร้างเงินในอนาคต อาทิ วันที่ 23 มิ.ย. เวลา 14.00 น. พบกับการผสมเครื่องดื่มสุดฮิต Mocktail เครื่องดื่มผสมที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เน้นรสชาติของผลไม้ต่างๆ เวลา 16.00 น. พบกับการทำหนังสั้นเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี จากบีเคเค ฟิล์ม สคูล และในวันที่ 24 มิ.ย. เวลา 14.00 น. พบกับแต่งหน้าคัพเค้ก จากเบเกอรี รีพับบลิค
ขณะที่ยักษ์ใหญ่วงการออนไลน์อย่าง กูเกิล เตรียมจัดเวิร์กช็อป ธุรกิจไทย โก ออนไลน์ ขยายตลาดบนโลกออนไลน์ง่ายในวันเดียว เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เอสเอ็มอีไทยควรหันมาให้ความสำคัญ อีกทั้งยังมีข้อมูลการลงทุนในธุรกิจจากคนวงการบันเทิง เช่น ชาคริต แย้มนาม กับธุรกิจไอศกรีม อินจัน ไอซ์ อภิษฎา กับธุรกิจร้านเสื้อผ้า อิงลิช โรส เคล็ดลับการทำให้รวย ด้วยฮวงจุ้ย จากซินแสชื่อดัง เป็นต้น
ภายในงานยังมีการให้ความรู้ที่เชื่อมโยงกับการเปิดเออีซี เพื่อสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยปรับตัวด้วยการหาพันธมิตร สร้างเครือข่ายการทำธุรกิจ การรวมกลุ่มกันเป็นสมาคม สมาพันธ์ เพื่ออาศัยข้อมูลข่าวสารจากเครือข่าย และพันธมิตรสัญญาณรับรู้ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ โดยเฉพาะการหาพันธมิตรทางการเงินที่ดีมีส่วนสำคัญมากในการดูแลการลงทุนให้กับผู้ลงทุนทั้งในยามที่ทำกำไรได้ และอยู่ในภาวะขาดทุน โดยปัจจุบันพันธมิตรทางการเงินต้องเป็นมากกว่าผู้สนับสนุนด้านการเงิน แต่ต้องสนับสนุนด้านข้อมูลต่างๆ ด้วย
สำหรับเป้าหมายนับจากนี้ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ยังเตรียมขยายการจัดงานลักษณะนี้ไปยังภูมิภาคต่างๆ ด้วย เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคอีสาน เพราะในแต่ละภูมิภาคมีลักษณะทางเศรษฐกิจที่แตกต่าง จึงมีความต้องการลงทุนที่แตกต่างกัน เพื่อสนับสนุนให้ในแต่ละภูมิภาคมีผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้มแข็ง ซึ่งการจัดงานในภูมิภาคจำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรทางธุรกิจในระดับท้องถิ่น ตั้งเป้าใน 1 ปี จะต้องจัดงานเอสเอ็มอี แอนด์ แฟรนไชส์ เอกซ์โป ประมาณ 34 ครั้ง และเน้นทั้งการให้ความรู้ควบคู่ไปกับการนำเสนอแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ
พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย พันธมิตรทางการเงินหลักของงานครั้งนี้ กล่าวว่า การร่วมมือกับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์จัดงานโพสต์ทูเดย์–เค เอสเอ็มอี แอนด์ แฟรนไชส์ เอกซ์โป 2012 เป็นครั้งที่ 2 แล้วนั้น เป็นผลจากมีผลตอบรับที่ดีจากในครั้งแรก ในครั้งนี้มีแฟรนไชส์ที่น่าสนใจมานำเสนอมากขึ้น อยากให้มองการซื้อแฟรนไชส์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแห่งการลงทุน ที่แม้ว่าจะต้องลงทุนสูงขึ้น ควบคุมได้ยากกว่าธุรกิจตัวเอง แต่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ล้วนผ่าน การลองผิด ลองถูก จนได้เป็นสูตรสำเร็จแห่งการลงทุนออกมาเป็นทางลัดให้กับนักลงทุนรายย่อย
ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ ประเสริฐ พู่พันธ์ เจ้าของแฟรนไชส์ เอ็น แอนด์ บี พิซซา เครป ที่ระบุว่า การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์เป็นการลดความเสี่ยง เพราะทุกวันนี้การจะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองแล้วเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกใหญ่ๆ ยากกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาก เพราะปัจจุบันมีร้านค้าแบรนด์ดังที่ประสบความสำเร็จให้เลือกมากขึ้น และแบรนด์ดังที่เป็นแฟรนไชส์ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นพันธมิตรที่ดีกับค้าปลีกชั้นนำ สามารถหาพื้นที่ให้ลูกค้าแฟรนไชส์ได้ ลูกค้าไม่ต้องเจรจากับยักษ์ค้าปลีกเอง
อาทิตย์ คงนคร เจ้าของแฟรนไชส์ สมาร์ต อิงลิช กล่าวว่า แฟรนไชส์โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษมีแนวโน้มที่ดีมาก เพราะการเปิดเสรีอาเซียนจะทำให้ภาษาอังกฤษยิ่งมีความจำเป็นในการสื่อสาร
ด้าน กฤษณ์ กาญจนบัตร เจ้าของแฟรนไชส์ ศูนย์บริการรถยนต์ คาร์แลค กล่าวว่า การมีงานลักษณะนี้เกิดขึ้นถือเป็นช่องทางที่ดีให้กับทั้งเจ้าของแฟรนไชส์และนักลงทุนรายย่อย เพราะผู้ที่มาร่วมงานล้วนเป็นกลุ่มที่มีความสนใจการลงทุนอย่างจริงจัง และควรขยายการจัดงานไปยังส่วนภูมิภาคด้วย







