
จารุพงศ์บี้คมนาคมคิดเมกะโปรเจกต์
เสนอคลังอนุมัติงบล่วงหน้ายอด1.64ล้านล้านใน 8 ปี
เสนอคลังอนุมัติงบล่วงหน้ายอด1.64ล้านล้านใน 8 ปี
“จารุพงศ์” เข็นทุกหน่วยงาน กระทรวงคมนาคม ส่งแผนเมกะโปรเจกต์ล่วงหน้า 8 ปี ชงขอเงินคลัง 1.64 ล้านล้านบาท
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงคมนาคมว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานกระทรวงคมนาคม จัดทำแผนศึกษาโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในประเทศ ในระยะ 8 ปี ข้างหน้าว่า แต่ละโครงการใช้เงินเท่าไร เพื่อนำไปเจรจากับกระทรวงการคลังในการจัดหาแหล่งเงินกู้ในการพัฒนาโครงการของกระทรวงคมนาคมทั้งหมด โดยเบื้องต้นสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ประมาณการมูลค่าโครงการพัฒนาประเทศของกระทรวงคมนาคม ระหว่างปี 2555–2562 เป็นเงินทั้งสิ้น 1.64 ล้านล้านบาท
“ได้หารือร่วมกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โดยนายกิตติรัตน์ ระบุว่า มีเงินคงคลัง 3 แสนล้านบาท ให้แต่ละกระทรวงดูว่าจะใช้ลงทุนโครงการใดบ้าง เพื่อให้กระทรวงการคลังจัดสรรว่า แต่ละโครงการจะใช้เงินกู้ประเภทไหน หรือจะใช้วิธีการจัดซื้อระบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ผมจึงให้รองปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีการแบ่งแต่ละส่วนให้ดูแลระบบต่างๆ ทั้งทางน้ำ บก อากาศ และทางราง ไปจัดทำแผนโครงการมาเสนอในที่ประชุมต่อไป” นายจารุพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ได้ให้ฝ่ายบริหารกลับไปศึกษาให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงคมนาคม จะต้องมีหัวหน้าเจ้าหน้าที่การเงิน (ซีเอฟโอ) ในลักษณะเป็นทีมงาน หรือบริษัทเข้ามาบริหารจัดการการเงินของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จากเดิมที่เป็นบุคคลเท่านั้น เนื่องจากมองว่าการเป็นบริษัทจะมีความคล่องตัวมากกว่าบุคคลเดียว
ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจหลายหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมยังไม่มีซีเอฟโอ และมีซีเอฟโอเป็นบุคคลเดียว ทั้งที่เป็นส่วนสำคัญในการวางแผนทางการเงิน หากผลการศึกษาแล้วเสร็จ และแก้ระเบียบแล้ว จะให้ร่างทีโออาร์ เพื่อจ้างบริษัทเข้ามาวางแผนและดูแลเรื่องการเงินทั้งหมด โดยบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นบริษัทโบรกเกอร์ที่จัดการการเงินในตลาดหลักทรัพย์
“ในส่วนของกระทรวงคมนาคมเคยมีซีเอฟโอ แต่ก็หมดไป และในการระดมสมองร่วมกันเห็นว่า ควรว่าจ้างซีเอฟโอเป็นทีมเพื่อให้สามารถทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งต้องใช้งบประมาณในแต่ละโครงการเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท จำเป็นต้องมีซีเอฟโอมาวางแผนการจัดการเรื่องเงินอย่างเป็นระบบ” นายจารุพงศ์ กล่าว
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า เบื้องต้น สนข. ได้ทำแผนขับเคลื่อนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทย และระบบขนส่งมวลชน ซึ่งเป็นโครงการระหว่างปี 2555–2562 รวมมูลค่า 1.64 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นโครงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ 26 โครงการ มูลค่า 1 ล้านล้านบาท โครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง วงเงินรวม 640,071 ล้านบาท







