posttoday
ฟูจิตสึปั้นไทยเป็นฐานบุกอินโดจีน

ฟูจิตสึปั้นไทยเป็นฐานบุกอินโดจีน

31 พฤษภาคม 2555

ฟูจิตสึ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ 2 เท่า พร้อมขยายลงทุนทั่วภูมิภาครับมือภัยพิบัติ ทั้งเสนอโครงการนำร่องแก้สิ่งแวดล้อมมาบตาพุด

ฟูจิตสึ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ 2 เท่า พร้อมขยายลงทุนทั่วภูมิภาครับมือภัยพิบัติ ทั้งเสนอโครงการนำร่องแก้สิ่งแวดล้อมมาบตาพุด

นายมาซามิ ยามาโมโต ประธานและกรรมการ บริษัท ฟูจิตสึ เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาฟูจิตสึมีรายได้ในไทยกว่า 100 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท และมีรายได้จากภูมิภาคเอเชียประมาณ 600 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยแผนธุรกิจต่อไปต้องการบุกตลาดอินโดจีน เน้น 4 ประเทศ คือ พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มการใช้งานไอทีและเทคโนโลยีสูง โดยจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานธุรกิจเข้าสนับสนุนการทำตลาด

“อันดับแรกทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะเข้าไปเจรจาหารือก่อน จากนั้นทางฟูจิตสึจะเข้าทำตลาดต่อเนื่องไปพร้อมกับกลุ่มบริษัทพันธมิตรอื่นๆ” นายยามาโมโต กล่าว

ทั้งนี้ จากแผนธุรกิจดังกล่าว ฟูจิตสึตั้งเป้าการเติบโตเชิงรายได้ 2 เท่า ในเวลา 2 ปีจากนี้ โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ประมาณ 70% มาจากบริษัทญี่ปุ่นด้วยกัน และเป็นบริษัทในไทย 30% ขณะที่ในอนาคตต้องดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนนี้หรือไม่ ส่วนรายได้จากตลาดภูมิภาค หากมีการรุกตลาดอินโดจีนมากขึ้น ตั้งเป้าจะเติบโต 2 เท่า เช่นเดียวกัน

สำหรับแผนการรับมือภัยพิบัติ หลังจากปีที่ผ่านมาเกิดสึนามิในญี่ปุ่นและน้ำท่วมในประเทศไทย ทำให้ฟูจิตสึเตรียมแผนรับมือ โดยจะใช้แผนมัลติซัพพลายเชน หรือโกลบอลซัพพลายเชน กระจายการลงทุนไปหลายๆ ประเทศ แต่ยังคงมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศหลัก รวมถึง 4 ประเทศกลุ่มใหม่ ซึ่งรูปแบบการลงทุนยังรวมถึงการตั้งศูนย์ดาตาเซ็นเตอร์ และการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจด้วย

นายยามาโมโต กล่าวต่อไปว่า ฟูจิตสึได้เสนอโครงการนำร่อง นำเทคโนโลยีด้านเซ็นเซอร์ ตรวจสอบและติดตามสิ่งแวดล้อม โดยจะนำไปติดตั้งเพื่อใช้งานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จำนวน 5 จุด เพื่อรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์หาทางแก้ไข ปัจจุบันอยู่ระหว่างการวางแผนและออกแบบ จะมีส่วนช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมได้มาก

ด้านโครงการดังกล่าวมีการใช้งานแล้วในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน ถือเป็นหนึ่งในการนำเทคโนโลยีมาช่วยจาก 3 ส่วนหลักที่ฟูจิตสึให้ความสำคัญ คือ สิ่งแวดล้อม อาหาร และพลังงาน ซึ่งจะดำเนินการทั่วโลกในหลายประเทศเพื่อรวบรวมข้อมูล

“ฟูจิตสึจะเริ่มต้นโครงการนำร่องให้ก่อน โดยเป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม รวบรวมข้อมูลและใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลและวิเคราะห์ทางออก จากนั้นรัฐบาลไทยสามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไปได้” นายยามาโมโต กล่าว

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน