
เพิ่มน้ำหนักหุ้นสื่อสาร
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
โบรกเกอร์เพิ่มน้ำหนักหุ้นสื่อสารเป็นมากกว่าตลาด เพราะเหมาะสมกับการลงทุนช่วงตลาดหุ้นผันผวนเทียบกับดัชนีหุ้นไทย ด้วยลักษณะหุ้นที่มีความปลอดภัยและแนวโน้มผลประกอบการปีนี้เติบโตโดดเด่น เน้นหนักหุ้นกลุ่มชินเป็นหลัก
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี เชื่อว่าผลประกอบการหุ้นกลุ่มสื่อสารจะเติบโตปีนี้ 37% และให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูง 6.3% ที่จะให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้นหากตลาดปรับลดลง
“ปีนี้คาดว่าผลประกอบการหุ้นในกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) จะปรับตัวขึ้นเหนือกลุ่ม จากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่รายได้เติบโตต่อเนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่เสียง และบริษัท ไทยคม (THCOM) ที่ผลประกอบการจะเริ่มมีกำไรจากธุรกิจดาวเทียมไอพีสตาร์ หรือไทยคม 4 ที่ถึงจุดคุ้มทุน”
ไตรมาสแรกที่ผ่านมาผลประกอบการหุ้นสื่อสารเติบโตดีกว่าคาด โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 6.1 หมื่นล้านบาท โดยผลประกอบการหุ้นกลุ่มชินดีกว่ากลุ่ม โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 รายของประเทศ คือ ADVANC บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ยังรับผลบวกจากการเติบโตของตลาดสมาร์ตโฟน ที่นอกจากจะเพิ่มยอดขายโทรศัพท์มือถือ ยังช่วยเพิ่มรายได้จากรายได้มิใช่เสียงที่เติบโตปีนี้ 25%
ทางด้านต้นทุน DTAC และ TRUE รับผลกระทบเต็มปีจากต้นทุนสัมปทานจ่ายที่เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 30% ที่เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2554 ที่ผ่านมา
ส่วน ADVANC ยังจ่ายต้นทุนสัมปทานเท่าเดิมที่เฉลี่ย 25% และ THCOM คาดว่าผลประกอบการเริ่มมีกำไรในปีนี้จากธุรกิจไอพีสตาร์ทีผ่านจุดคุ้มทุน จากการรุกตลาดอินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเปิดตลาดใหม่ที่จีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในครึ่งปีหลัง
บล.กรุงศรี คาดการประมูล 3จี บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 GHz จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ปี 2555 ตามสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตั้งเป้าไว้ โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการแก้ไขกฎเกณฑ์ประมูล 3จี ก่อนที่จะทำการประชาพิจารณ์และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา โดยมองว่า ADVANC เป็นบริษัทที่มีความพร้อมสุดในการเข้าประมูลด้วยกระแสเงินสดในมือที่มีกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี ในขณะที่ DTAC ได้รับประโยชน์มากสุดจากต้นทุนสัมปทานใหม่ที่ลดลงเหลือเฉลี่ย 8-10% ต่อปี
นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี เพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นสื่อสารจากเท่าตลาดเป็นมากกว่าตลาด ด้วยธุรกิจมีความปลอดภัย รายได้ขึ้นกับการบริโภคในประเทศ มีความเสี่ยงต่ำจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่ดีกว่าคาด
“เราเพิ่มประมาณการกำไรของกลุ่มเพิ่มขึ้น 7% และ 11% ตามลำดับ โดยคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะเติบโต 37% และ 14% ในปี 2556 และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยที่ 6.3% สูงกว่าตลาดที่ 3.8% และครึ่งปีหลังมีประเด็นบวกจากการประมูลคลื่น 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz”
บล.แห่งนี้แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มชินทั้งสามบริษัท โดยเลือก INTUCH เป็นหุ้นที่แนะนำ ที่ผลประกอบการดีตามบริษัทย่อย คือ ADVANC และ THCOM (ตามสัดส่วนการถือหุ้น 40.45% และ 41.14% ตามลำดับ)
ขณะที่ราคาหุ้นถูกกว่าในเชิงเปรียบเทียบประเมินโดยวิธีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) จากมูลค่าพื้นฐานของ ADVANC และ THCOM ที่ 203 บาท และ 17.50 บาท ตามลำดับ จะได้มูลค่าพื้นฐานที่ 70.40 บาท (ส่วนลด 10%) ให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาและเงินปันผลเท่ากับ 31%
นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า หุ้นกลุ่มสื่อสารในขณะนี้ยังมีแนวโน้มปรับตัวได้ดีกว่าตลาดรวม เนื่องจากแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในช่วงครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะหุ้น ADVANC และ INTUCH บวกกับในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 GHz
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของผลการดำเนินงานคาดว่าในไตรมาส 2/2555 อาจจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจ จากช่วงวันหยุดยาวทำให้การโทร.ลดลง แต่ทั้งนี้การใช้บริการด้านข้อมูลกลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาชดเชยรายได้จากการโทร.ที่หายไปได้
ดังนั้น คาดว่าในไตรมาส 2/2555 นั้น ADVANC จะมีกำไรประมาณ 8,500 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/2555 ที่มีกำไร 8,900 ล้านบาท และคาดว่าครึ่งปีแรกจะมีกำไรต่อหุ้น 5.86 บาท ทำให้เชื่อว่า ADVANC สามารถจ่ายปันผลได้ประมาณ 5.50 บาท
ส่วน INTUCH คาดว่าจะได้รับเงินปันผลจาก ADVANC เป็นหลัก บวกกับธุรกิจดาวเทียมของ THCOM มีการเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้คาดว่าครึ่งปีแรกจะมีการจ่ายเงินปันผลประมาณ 2.22 บาท
“จากระดับเงินปันผลของหุ้นในครึ่งปีแรกที่อยู่ในระดับสูงนั้น ทำให้หุ้นมีความน่าสนใจ และราคาหุ้นยังแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม และคาดว่าในครึ่งปีหลังจะมีการประมูลไลเซนส์ 3จี ยิ่งสร้างการเติบโตให้กับหุ้นในกลุ่มในอีก 23 ปีข้างหน้ามากขึ้น” นักวิเคราะห์ กล่าว
นอกจากนี้ ประเมินราคาหุ้นในกลุ่มสื่อสาร โดยเทียบจากพี/อีของกลุ่มที่ 17 เท่า จะได้ราคาหุ้น ADVANC ที่ระดับ 200 บาท หุ้น INTUCH ที่ 60 บาท หุ้น DTAC ที่ 85 บาท หุ้น TRUE ที่ 4 บาท และหุ้น THCOM ที่ 18 บาท
ด้าน บล.บัวหลวง ประเมินว่า เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2555 ของ ADVANC ได้แก่ รายได้บริการรวม (ไม่รวมไอซี) ขยายตัว 5-6% แยกเป็นรายได้บริการเสียงทรงตัว
ในขณะที่รายได้บริการที่ไม่ใช่เสียงขยายตัว 25% รายได้จากการขยายตัว 1012% งบลงทุนที่ 8,000 ล้านบาท และอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ที่ 44% คาดว่าเป้าหมายรายได้บริการรวมของผู้บริหารที่ 56% ถือว่าต่ำเกินไป บริษัทจะทำการขยายสถานีฐาน 3จี บนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เป็น 3,500 แห่ง ภายในเดือน มิ.ย. 2555 (จาก 1,884 แห่ง ช่วงปลายปี 2554)
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าใช้จ่ายด้านสถานีฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2555 ADVANC จะทำการเข้าประมูลใบอนุญาตสำหรับการเข้าใช้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ (ในช่วงครึ่งแรกของปี 2556) และ 900 เมกะเฮิรตซ์ (ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558) จาก กสทช.
ผู้บริหารยังคงคาดว่าการเปิดประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz มีแนวโน้มเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2555
ดังนั้น จึงปรับกำไรสุทธิปี 2555 เพิ่มขึ้นอีก 3% เป็น 3.45 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนการบริหารต้นทุนการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด ราคาเป้าหมายของเราปรับเพิ่มขึ้นอีก 3% เป็น 205 บาท แนะนำ “ซื้อ” INTUCH นอนตีพุง
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ปรับมูลค่ายุติธรรมของ INTUCH เป็นหุ้นละ 68 บาท สะท้อนราคาเป้าหมายของ ADVANC ขึ้นเป็น 212 บาท INTUCH เป็นทางเลือกในการเข้าถึง ADVANC ได้ถูกกว่า ขณะที่บริษัทยังได้ประโยชน์จากเรื่องราวการฟื้นตัวของ THCOM ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ต่ำกว่าเอ็นเอวี 33% นั้นไม่เหมาะสม และด้วยอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 8.5% จึงยังคงแนะนำให้ซื้อ INTUCH
“ปัจจุบัน ADVANC ซื้อขายที่ระดับสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 10 เท่า ถูกกว่าหุ้นค้าปลีกถึงแม้ปีนี้อัตราเติบโตกำไรต่อหุ้นเติบโต 32% ไม่น้อยไปกว่าหุ้นค้าปลีก อัตราผลตอบแทนปันผลกว่า 6% สูงกว่า 3 เท่า และมีความมั่นคงสูงแม้รวมงบลงทุน 3จี เพื่อสะท้อนรายได้จากธุรกิจเสียงที่แข็งแกร่ง จึงปรับประมาณการขึ้น 8% และราคาเป้าหมายหุ้นละ 212 บาท และเลือกหุ้น ADVAN เป็นหุ้น “แนะนำ”
นอกจากนั้น ยังวิเคราะห์ว่า กำไรที่น่าผิดหวังของ THCOM ในไตรมาสแรกไม่ส่งผลกระทบต่อ INTUCH โดยบริษัทมีกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งที่ 30% และด้วยกำไรที่หดตัวของ THCOM มีเหตุมาจากรายการพิเศษ จึงคาดว่ากำไรน่าจะดีขึ้นในช่วงถัดไป และยังคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวแข็งแกร่งในปีนี้
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นจาก THCOM ในเรื่องแผนการขายหุ้น 51% ใน Mfone บริษัทย่อยที่ขาดทุนในกัมพูชาด้วย
“เราประเมินคร่าวๆ ว่าจะเพิ่มกำไรในปีนี้ของ INTUCH 1% และทำให้ราคาเป้าหมายเอ็นเอวีเพิ่มเป็นหุ้นละ 69 บาท”
INTUCH มีแผนที่จะขยายธุรกิจหลักและสนใจประมูลใบอนุญาตดำเนินงานในดิจิตอลทีวี บริษัทตั้งงบลงทุนในธุรกิจใหม่ 300 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทสนใจลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อร่วมทุนกับบริษัท มีเดีย โทรคมนาคม และไอที ในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังไม่ให้ข้อมูลในเรื่องนี้มากนัก ดังนั้นจึงยังไม่รวมในประมาณการนี้







