
ไทย-โอมานร่วมมือประมงแลกข้อมูลขยายการลงทุน
ไทยสบช่องร่วมมือประมงกับโอมาน ขยายความร่วมมือทำการค้า แลกความรู้ วัตถุดิบ พ่วงลงทุน
ไทยสบช่องร่วมมือประมงกับโอมาน ขยายความร่วมมือทำการค้า แลกความรู้ วัตถุดิบ พ่วงลงทุน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับนายฟอด บิน จาฟา บิน มูฮัมมัด อัลซาวานี่ รมว.เกษตรและประมง ประเทศโอมาน ถึงความร่วมมือวิชาการด้านการเกษตรระหว่างทั้งสองประเทศ โดยไทยมีความชำนาญในด้านการประมง พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและกรมประมง ได้กำหนดแผนเดินทางเยือนรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อสำรวจลู่ทางการทำประมงนอกน่านน้ำ และส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงความร่วมมือด้านการค้าสินค้าข้าว ซึ่งจากเหตุการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ทำให้ทุกประเทศมีความต้องการอาหาร รวมทั้งการสำรองอาหารมากขึ้น ซึ่งไทยพร้อมที่จะเป็นแหล่งสนับสนุนหลักและส่งออกข้าวไทยไปยังประเทศโอมานในอนาคต
ด้านนายฟอด บิน จาฟา บินมูฮัมมัด อัลซาวานี่ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า โอมานสนใจแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการกับไทย โดยเฉพาะด้านการประมงน้ำจืดที่ไทยมีความรู้และชำนาญ อีกทั้งต้องการเชิญนักธุรกิจของไทยเข้ามาร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนด้านการประมงกับประเทศโอมาน
ปัจจุบันประเทศโอมานมีความพร้อมทั้งในด้านกฎหมายการลดภาษีให้นักลงทุน ความพร้อมด้านทรัพยากรน้ำที่อุดมสมบูรณ์ การมีเงินสกุลที่คงที่ และโอมานต้องการส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝึกอบรมด้านการเกษตรกับไทย โดยเฉพาะด้านการเพาะปลูกผลไม้ เช่น มะละกอมะม่วง และกล้วยทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯโดยกรมประมงได้มี แผนพัฒนากองเรือประมงจับปลาทูน่า เป็นแผน4 ปี (25542557) เพื่อพัฒนาเรืออวนล้อมจับปลาทูน่า 60 ลำ ได้ผลผลิต 2,500 ตัน/ลำ/ปี ป้อนโรงงานผลิตปลากระป๋องเป็นหลักซึ่งไทยส่งออกเป็นอันดับ 2ของโลกปีละกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติพิจารณา เมื่อรัฐบาลที่ผ่านมาแต่ยังไม่มีการพิจารณา ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาทโดยจะมีการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยสมาคมประมงนอกน่านน้ำและสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปในสัดส่วนฝ่ายและ 30 % อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวถูกวิพากวิจารณ์ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อภาคเอกชนจากการที่รัฐต้องไปลงทุนให้ทั้งที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ
เป็นต้น







