
"จับตาเศรษฐกิจโลก"หวั่นสะเทือนเศรษฐกิจไทย
โดย...สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
โดย...สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
1.การบริโภคภาคเอกชนในเดือน เม.ย. 2555 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากวิกฤตอุทกภัย โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ในเดือน เม.ย. 2555 จัดเก็บได้เพิ่มขึ้น 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น 11.3% สอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเดือน เม.ย. 2555 ที่ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากเดือนก่อนที่ขยายตัว 2.7%
ทั้งนี้ การบริโภคสินค้าคงทนปรับตัวดีขึ้นมาก โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์นั่งในเดือน เม.ย. 2555 กลับมาขยายตัวอีกครั้งที่ระดับ 23.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่หดตัวต่อเนื่องติดต่อกัน 6 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554 จากวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2554 เช่นเดียวกับยอดขายรถจักรยานยนต์ในเดือน เม.ย. 2555 ขยายตัว 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 1.2% แบ่งเป็นยอดขายรถจักรยานยนต์ในส่วนภูมิภาค (สัดส่วน 80% ของยอดขายรถจักรยานยนต์รวม) ขยายตัว 3% จากเดือนก่อนที่หดตัว 1.7% และยอดขายรถจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) (สัดส่วน 20% ของยอดขายรถจักรยาน ยนต์รวม) ขยายตัวในอัตราเร่ง 9.7% จากเดือนก่อนที่ขยายตัว 0.8%
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือน เม.ย. 2555 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 อยู่ที่ระดับ 67.5 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ระดับ 66.5 เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและธุรกิจหลังวิกฤตอุทกภัย โดยผู้บริโภคคาดหวังว่าภาวะเศรษฐกิจและรายได้ในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555
2.การลงทุนภาคเอกชนในเดือน เม.ย. 2555 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนในเดือน เม.ย. 2555 ขยายตัวได้ดี 21.3% เร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ในเดือน เม.ย. 2555 ขยายตัว 35.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 36.7% สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง วัดจากยอดจำหน่าย
ปูนซีเมนต์ภายในประเทศในเดือนเม.ย. 2555 ขยายตัว 4.7% ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเดือนเม.ย. 2555 ขยายตัว 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 12.8% เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน และภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้การทำธุรกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยชะลอออกไปก่อน นอกจากนี้ ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนเม.ย. 2555 เพิ่มขึ้น 4.8%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.8% โดยดัชนีที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ดัชนีในหมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีตสูง ดัชนีในหมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงกระทบต่อค่าขนส่งสินค้าและราคาวัตถุดิบก่อสร้าง
3.เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจด้านการคลังในเดือน เม.ย. 2555 พบว่า บทบาทนโยบายการคลังจากการดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณยังคงสนับสนุนเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง โดยในเดือน เม.ย. 2555 พบว่าดุลงบประมาณขาดดุลจำนวน 2.25 หมื่นล้านบาท โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณในเดือน เม.ย. 2555 มีจำนวน 1.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายจ่ายงบประมาณปีปัจจุบัน 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% แบ่งออกเป็น (1) รายจ่ายประจำจำนวน 1.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น11.9% และ (2) รายจ่ายลงทุนจำนวน 1.5 หมื่น ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% สำหรับรายจ่ายเหลื่อมปีเบิกจ่ายได้จำนวน 7.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2555 มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา ทำให้โครงการต่างๆ มีการเร่งเบิกจ่าย
สำหรับผลการจัดเก็บรายได้สุทธิของรัฐบาล (หลังหักการจัดสรรให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในเดือนเม.ย. 2555 เท่ากับ 1.39 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 8.8%
ทั้งนี้ การขาดดุลการคลังในเดือนเม.ย.2555 สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังที่ยังสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
4.การส่งออกในเดือน เม.ย. 2555 มีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้น โดยพบว่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินเหรียญสหรัฐในเดือน เม.ย. 2555 มีมูลค่า 1.69 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.14 แสนล้านบาท) หดตัว 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาลออก (mom SA) พบว่าขยายตัว 0.5% ต่อเดือน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าหลักที่ดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีน กลุ่มประเทศอาเซียน แอฟริกา และเกาหลีใต้ ที่ขยายตัว 16.4, 9.7, 29.8 และ 13.2% ตามลำดับ
สำหรับมูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินเหรียญสหรัฐในเดือน เม.ย. 2555 พบว่า มีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 1.98 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.03 แสนล้านบาท) ขยายตัว 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 25.6% ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินเหรียญสหรัฐที่ต่ำกว่ามูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ดุลการค้าในเดือน เม.ย. 2555 ขาดดุลอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.83 แสนล้านบาท)
5.เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจด้านการผลิตในเดือน เม.ย. 2555 มีสัญญาณฟื้นอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องชี้ด้านการผลิตเบื้องต้น พบว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวเป็นเดือนแรกที่ 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากที่หดตัวต่อเนื่องติดต่อกัน 7 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2554 จากวิกฤตอุทกภัยที่เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2554 โดยได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของการผลิตในหมวดยานยนต์ หมวดน้ำมันปิโตรเลียม หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า (แอร์ พัดลม) และหมวดเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมในหมวดยานยนต์มีการเร่งตัวขึ้นมาก สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่ง รถยนต์เชิงพาณิชย์ และรถจักรยานยนต์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. 2555 อยู่ที่ระดับ 104.0 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 102.1 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และเป็นค่าดัชนีที่อยู่ในระดับเกิน 100 เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันหลังสิ้นสุดวิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และภาคการผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติประกอบกับอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ในขณะที่เครื่องชี้ภาคการเกษตรวัดจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร พบว่า ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร (เบื้องต้น) ในเดือนเม.ย. 2555 หดตัวในระดับเดียวกับเดือนก่อนหน้าโดยอยู่ที่ระดับ 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการลดลงของผลผลิตในหมวดพืชผล และปศุสัตว์เป็นสำคัญ โดยเฉพาะข้าว และผลผลิตสุกร ประกอบสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบ
กับเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาลออก (mom SA) พบว่าดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัว 3.9%
สำหรับเครื่องชี้ภาคบริการที่สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือนเม.ย. 2555 มีจำนวนทั้งสิ้น 1.66 ล้านคน ขยายตัว 6.9%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 12% แต่เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาลออก (mom SA) พบว่าขยายตัว 4.5% โดยเป็นการขยายตัวได้ดีจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มประเทศยุโรปเป็นหลักโดยเฉพาะจากประเทศจีน สวีเดนและรัสเซีย ที่ขยายตัว 42.1 101.5 และ 20.0 %ตามลำดับ
แม้ว่าจะมีสถานการณ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงปลายเดือนมี.ค. และการประกาศเฝ้าระวังสึนามิในช่วงกลางเดือน เม.ย. 2555 ก็ตาม
6.เสถียรภาพเศรษฐกิจยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน เม.ย. 2555 อยู่ที่ 2.5% ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 3.5% แต่หากเทียบกับเดือนก่อนหน้า มีการปรับเพิ่มขึ้น 0.4% โดยมีสาเหตุหลักจากฐานราคาที่สูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน และการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูป เนื้อสัตว์ ผักสด และน้ำประปา ในขณะที่ราคาเนื้อ เป็ด ไก่ มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 2.1% ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 2.8%
สำหรับอัตราการว่างงานล่าสุดในเดือน มี.ค. 2555 อยู่ที่ 0.7% ของกำลังแรงงานรวม ซึ่งคิดเป็นจำนวนคนว่างงานเท่ากับ 2.85 แสนคน ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2555 อยู่ที่ 41.4% ต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการ คลังที่ตั้งไว้ไม่เกิน 60%
นอกจากนี้ เสถียรภาพภายนอกประเทศ ยังอยู่ในระดับมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนได้จากทุนสำรอง







