
‘หุ้น-ทอง’ร่วงอีกยาว
เด้งขึ้นทางเทคนิคแนะทำกำไรตปท.ขายไม่หยุดเลี่ยงพลังงาน
เด้งขึ้นทางเทคนิคแนะทำกำไรตปท.ขายไม่หยุดเลี่ยงพลังงาน
หุ้นไทย ทองคำ น้ำมัน ดีดขึ้นตามเทคนิค เตือนอย่าเพิ่งไล่ซื้อ ราคายังมีโอกาสร่วงลงต่อ ต่างชาติฉวยโอกาสทำกำไรหนักมือ 2,377 ล้าน
ตลาดหุ้นไทยสามารถเด้งขึ้นมาปิดในแดนบวกได้สำเร็จเป็นวันแรกในรอบหลายวัน หลังจากดัชนีรูดลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,101.59 จุด ซึ่งใกล้แนวรับสำคัญที่ 1,100 จุด ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งพลังงานและธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ดัชนีขึ้นมาปิดสูงสุดของวัน 1,125.78 จุด เพิ่มขึ้น 15.08 จุด หรือ 1.36% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31,093.98 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติกลับขายหุ้นหนักขึ้นถึง 2,377 ล้านบาท รวม 5 วันทำการ ขายออกมาแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท จากยอดซื้อสุทธิที่เข้ามาเมื่อเดือน พ.ย. 2554 กว่า 9.8 หมื่นล้านบาท
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงเป็นเพียงการฟื้นตัวทางเทคนิค และอาจเป็นไปได้ว่ามีการซื้อหุ้นบางตัวกลับมา หลังจากยืมหุ้นออกมาขายก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้นักลงทุนไล่ซื้อหุ้นตาม
นอกจากนี้ เชื่อว่าก่อนถึงวันเลือกตั้งกรีซในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ตลาดยังมีโอกาสผันผวนและปรับตัวลดลงได้อีก โดยหากต้องการซื้อหุ้นแนะนำให้รอในจังหวะที่ดัชนีอ่อนตัวจะปลอดภัยกว่า
สำหรับการขายของต่างชาติมองว่าเป็นเพียงการขายทำกำไร ไม่ได้ทิ้งเพราะปัจจัยพื้นฐานของประเทศเปลี่ยนแปลง ซึ่งการขายเพื่อทำกำไรจะเหลืออีกไม่มาก เพราะดัชนีหุ้นลดลงแรงจนทำให้ส่วนต่างกำไรเหลือน้อยมากแล้ว คาดว่ารอบนี้เลวร้ายสุดน่าจะอยู่ที่ระดับ 1,050 จุด ซึ่งเป็นระดับต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติ
“ฝ่ายกลยุทธ์ของเราแนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นเมื่อดัชนีลดลง หากเป็นการซื้อหุ้นก่อนวันที่ 17 มิ.ย.นี้ แนะนำให้เลือกในกลุ่มแบงก์ สื่อสาร และอาหาร คาดจะได้อัตราผลตอบแทนในรอบ 12 เดือนข้างหน้า ไม่ต่ำกว่า 20% แต่หลังจากวันที่ 17 มิ.ย.นี้ หุ้นกลุ่มพลังงานจะกลับมาน่าสนใจ เพราะราคาปรับตัวลดลงไปมากแล้ว” นายสุกิจ กล่าว
ทางด้านการลงทุนในทองคำ นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำรายใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงรูดลงแรงเกิดจากแรงขายเพราะการตื่นตระหนก แต่เมื่อราคาลงไปถึงระดับหนึ่งก็จะดีดกลับขึ้นมาได้ เช่น ทองคำรอบนี้ลงไปลึกแถว 1,530 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แล้วนักลงทุนก็เข้าไปซื้อ ทำให้ราคาเด้งขึ้นมา
ในช่วงนี้ราคาทองคำคงจะเคลื่อนไหวในช่วง 1,500-1,600 เหรียญสหรัฐ จนกว่าปัญหากรีซจะมีความชัดเจน แต่ราคาที่แกว่งขึ้นลงแรง เป็นโอกาสในการเก็งกำไรวันต่อวัน ทั้งในทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส
ขณะที่น้ำมัน WTI เมื่อราคาหลุดต่ำกว่า 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็มีแรงซื้อให้ราคากระเตื้องขึ้น หลังอิหร่านเจรจากับประเทศมหาอำนาจของโลก 6 ประเทศเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์แล้วไร้ข้อยุติ ขณะที่จีนและยุโรปประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอ
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ต่างชาติจะขายหุ้นออกมารอบนี้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท กดดันดัชนีปรับฐานไปแถว 1,100 จุด จึงลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมีและการกลั่นเป็นเท่าตลาด เพราะจะได้รับแรงกดดันจากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และราคาน้ำมันที่ลดลงก็จะทำให้กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น จะมีผลดำเนินงานไม่สดใสในงวดไตรมาส 2 เพราะผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน







