
กนอ.แห้วรัฐไม่ให้เงินสร้างเขื่อนนิคมฯ
กนอ.แห้วไม่ได้เงินสนับสนุนจากรัฐสร้างเขื่อน 6 นิคมฯเสี่ยง ด้านบอร์ดอนุมัติเงินลงทุนสร้างเขื่อนเต็มจำนวน 5,415 ล้านบาท
กนอ.แห้วไม่ได้เงินสนับสนุนจากรัฐสร้างเขื่อน 6 นิคมฯเสี่ยง ด้านบอร์ดอนุมัติเงินลงทุนสร้างเขื่อนเต็มจำนวน 5,415 ล้านบาท
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ดกนอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้อนุมัติเงินลงทุนจำนวน 5,415 ล้านบาท เพื่อนำมาสร้างแนวป้องกันน้ำถาวรของนิคมอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง 6 แห่ง ได้แก่ นิคมฯลาดกระบัง นิคมฯบางชัน นิคมฯบางปู นิคมฯบางพลี นิคมฯสมุทรสาคร และนิคมฯพิจิตร รวมความยาว 66.7 กิโลเมตร หลังจากที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน ไม่อนุมัติเงินอุดหนุน 2 ใน 3 ของการลงทุนจากรัฐบาลมาช่วยในส่วนนี้ ส่งผลให้กนอ.จะต้องกู้เงินเองเต็มจำนวน
ทั้งนี้ กนอ.จะทำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอใช้วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสิน ที่มีวงเงินอยู่ 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ระยะเวลาการชำระหนี้ 15 ปี ซึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลตั้งไว้เพื่อการสร้างแนวป้องกันน้ำอยู่แล้ว และจะขอครม.อนุมัติให้กนอ.ไม่ต้องนำเงินส่งเข้ากระทรวงการคลังประจำปี เพื่อนำมาใช้ชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินกู้จากธนาคารออมสิน หรือได้รับไม่เต็มวงเงิน 5,415 ล้านบาท กนอ.จะต้องไปหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินอื่นๆ และใช้เงินรายได้ของกนอ.มาจ่ายเช่นเดียวกัน
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการกนอ. กล่าวว่า กนอ.ได่วางแผนไว้ 3 แนวทาง คือ 1. ใช้แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสิน 2. หาแหล่งเงินกู้อื่นที่เหมาะสม และ3. ใช้รายได้ของกนอ.มาลงทุนเอง โดยปัจจุบันกนอ.มีรายได้อยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นกำไรประมาณ 800-1,000 ล้านบาทต่อปี และต้องนำเงินส่งรัฐในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 40% ของกำไร ซึ่งแนวทางจะออกมาเป็นอย่างไรคงต้องรอให้ครม.เป็นผู้พิจารณาว่าจะสามารถขอใช้เงินจากธนาคารออมสินได้หรือไม่
"มั่นใจว่าจะได้ใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารออมสิน เพราะเป็นเรื่องการสร้างแนวป้องกันน้ำเหมือนกัน"นายวีรพงศ์ กล่าว
สำหรับ 6 นิคมฯเสี่ยงมีระยะทางก่อสร้างแนวป้องกันรอบพื้นที่รวมกิโลเมตร 66.7 กิโลเมตร ใช้วงเงินรวม 5,312.06 ล้านบาท แต่รวมค่าใช้จ่ายด้านการออกแบบและค่าควบคุมงานจะอยู่ที่ 5,415.170 ล้านบาท ทั้งนี้นิคมฯที่ใช้เงินก่อสร้างสูงที่สุดคือ นิคมฯลาดกระบัง อยู่ที่ 1,769.07 ล้านบาท ระยะทาง 17 กิโลเมตร รองลงมาคือ นิคมฯสมุทรสาคร 1,462.90 ล้านบาท ระยะทาง 14.5 กิโลเมตร
นิคมฯบางปู 1,034.79 ล้านบาท ระยะทาง 12 กิโลเมตร นิคมฯบางชัน 750.23 ล้านบาท ระยะทาง 7 กิโลเมตร นิคมฯบางพลี 384.93 ล้านบาท ระยะทาง 17.3 กิโลเมตร และนิคมฯพิจิตร 13.25 ล้านบาท ระยะทาง 3.8 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติขยายพื้นที่นิคมฯอมตะนคร จ.ชลบุรี 337 ไร่ เพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกที่ขยายตัวโดยพื้นที่ดังกล่าวจัดผ่านการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว







