
ไทยเบฟขยายโรงเหล้าในจีน
ควัก1พันล.บุกตลาดพรีเมียม จ่อสยายปีกกรีธาทัพเข้าพม่า
ควัก1พันล.บุกตลาดพรีเมียม จ่อสยายปีกกรีธาทัพเข้าพม่า
ไทยเบฟลงทุนสร้างโรงเหล้าจีน 1,000 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนกำลังซื้อสูง
นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เปิดเผยว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมงบลงทุน 500-1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งใหม่อีก 1 โรง ในมณฑลยูนนาน ในประเทศจีน ที่จะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปีข้างหน้า
สำหรับโรงงานสุราดังกล่าวใช้ชื่อแบรนด์ “อวี้หลิงฉวน” จากปัจจุบันมีโรงงานอยู่แล้ว 1 แห่ง เพื่อรองรับการขยายตลาดใหม่และเห็นโอกาสของตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่จากประชากร 1,000 ล้านคน โดยเน้นขยายตลาดระดับบน (พรีเมียม) เพราะราคาสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศจีนมีราคาถูกมาก เช่น เบียร์ มีราคาอยู่ที่ 10 บาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าเครื่องดื่มน้ำอัดลมและน้ำดื่มด้วย
พร้อมกันนี้ บริษัทได้เตรียมพร้อมขยายตลาดต่างประเทศอย่างเต็มที่ โดยกำลังศึกษาตลาดในอาเซียนทุกประเทศรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยเฉพาะตลาดประเทศพม่า เพราะมีประชากรใกล้เคียงกับไทยและเศรษฐกิจกำลังเติบโต
“หากประเทศพม่าเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ก็พร้อมขยายตลาดทันที ทั้งการส่งสินค้าเข้าไปจำหน่าย การหาพันธมิตร หรือระยะยาวสร้างโรงงานในประเทศพม่า เพราะในขณะนี้มีนักธุรกิจพม่าเข้ามาเจรจาร่วมธุรกิจด้วย” นายธีร์ กล่าว
สำหรับตลาดเบียร์ในประเทศพม่าอยู่ที่ 200-300 ล้านลิตรต่อปี น้อยกว่าประเทศไทยที่ตลาดรวมเบียร์มีจำนวน 2,000 ล้านลิตร โดยกลุ่มเครื่องดื่มที่จะขยายไปยังตลาดอาเซียน มีทั้งกลุ่มเหล้าสีแม่โขง แสงโสม เบียร์ช้าง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โซดาช้าง น้ำดื่มช้าง ชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ ฯลฯ
ขณะที่ปัจจุบันประเทศพม่ามีแบรนด์เบียร์ในประเทศจำนวน 3 แบรนด์หลัก และอยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลพม่าทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมนำแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในไทย ทั้งแบรนด์วิสกี้ 12 ปี ซิงเกิ้ล มอลต์ และจิน เพื่อทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัทมีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งระดับล่าง กลาง และบน
สำหรับการทำตลาดในต่างประเทศวางงบประมาณปีละ 600-700 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขายในตลาดต่างประเทศเติบโต 25% จากปีก่อนมียอดขายรวม 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท และคาดว่ายอดขายในต่างประเทศ 5 ปี (ปี 2554-2559) จะสร้างยอดขายรวมได้ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท มาจากเครื่องดื่มวิสกี้ต่างประเทศ 70% และแบรนด์เครื่องดื่มในประเทศ 30%







