
โตชิบาโหมสปอร์ตมาร์เก็ตติง
ทุ่ม80ล้านดันยอดกลุ่มภาพ โดดสปอนเซอร์ทีมเมืองทอง
โพสต์ทูเดย์
— โตชิบาโดดร่วมกระแสสปอร์ตมาร์เก็ตติง ทุ่ม 80 ล้านชูเทคโนโลยีฟูลเอชดี ดันยอดขายกลุ่มภาพและเสียงโต 30%นายฮิเดโนริ มัสสุอิ ประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทได้วางงบการทำตลาดสินค้ากลุ่มภาพโดยเฉพาะกลุ่มแอลซีดีทีวีในปีนี้ 80 ล้านบาท จากงบการตลาดรวม 500 ล้านบาท โดยจะเน้นกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติง เป็นหลัก เนื่องจากกระแสความนิยมกีฬาฟุตบอลที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกในเดือน มิ.ย. 2553
นอกจากนี้ จะเน้นการวางสินค้ารุ่นใหม่ออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้จะวางตลาดเพิ่มอีก 15 รุ่น แบ่งเป็นแอลอีดีทีวี 4 รุ่น และแอลซีดีทีวี 11 รุ่น ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 22 นิ้ว จนถึง 55 นิ้ว เน้นเทคโนโลยี ไฮเดฟฟินิชัน เต็มรูปแบบ หรือ Full HD พร้อมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แอลอีดีทีวี เร็กซ่า (REGZA) อาทิ ขนาด 55 นิ้ว ราคา 4 แสนบาท เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายในกลุ่มแอลซีดีเติบโตเพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน รวมทั้งจะทำให้โตชิบามีส่วนแบ่งในตลาดแอลซีดีเพิ่มเป็น 6% จากปัจจุบันอยู่ที่ 45% จากตลาดรวม 8 แสนเครื่อง
นายมัสสุอิ กล่าวอีกว่า ล่าสุดบริษัทร่วมกับทีมฟุตบอลเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด เจ้าของฉายา
“กิเลนผยอง” ออกแคมเปญทางการตลาด “เชียร์ ทู โกล” สำหรับลูกค้าที่ซื้อแอลซีดีทีวีของโตชิบา รับทันทีบัตรที่นั่งวีไอพี ชมการแข่งขันที่สนามของทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด อย่างใกล้ชิดในห้องวีไอพี บอกซ์ ระยะสัญญา 1 ปี ใช้งบประมาณสำหรับแคมเปญนี้ประมาณ 3 ล้านบาทที่ผ่านมาการเป็นสปอนเซอร์ทางด้านกีฬาของโตชิบา ส่วนใหญ่จะเป็นกีฬาต่างประเทศ เช่น ฟุตบอลโลก ศึกลูกหนังอังกฤษพรีเมียร์ลีก และการแข่งขันฟุตบอลในระดับอาเซียน แต่การเข้าไปสนับสนุนให้กับทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด ถือเป็นครั้งแรกของการเป็นสปอนเซอร์ระดับทีมในเมืองไทย ซึ่งโตชิบาเห็นว่าผู้บริโภคคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับฟุตบอลไทยมากขึ้น
แคมเปญดังกล่าวจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีช่วงอายุ 2235 ปี ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ซึ่งตามปกติยอดขายกลุ่มจอภาพช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกจะมากกว่าช่วงปกติอยู่แล้วราว 3050%
สำหรับปัญหาการเมืองของไทยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ บริษัทไม่ได้กังวลมากนัก และยังคงทำงานตามปกติ แต่จะติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เพื่อดูแลความปลอดภัยของพนักงาน ขณะที่บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นก็ไม่ได้กังวลมากเช่นกัน
ที่ผ่านมาการเป็นสปอนเซอร์ทางด้านกีฬาของโตชิบา ส่วนใหญ่จะเป็นกีฬาต่างประเทศ เช่น ฟุตบอลโลก ศึกลูกหนังอังกฤษพรีเมียร์ลีก และการแข่งขันฟุตบอลในระดับอาเซียน แต่การเข้าไปเป็นสนับสนุนให้กับทีม เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ถือเป็นครั้งแรกของการเป็นสปอนเซอร์ระดับทีมในเมืองไทย ซึ่งโตชิบาเห็นว่าผู้บริโภคคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับฟุตบอลไทยมากขึ้น อีกทั้ง กลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งจะช่วยให้โตชิบาสามารถขยายฐานไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้
“
กีฬาจะเป็นตัวเชื่อมให้โตชิบาขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่หันมาดูฟุตบอลมากขึ้น เราเชื่อว่าบอลโลกจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทำการตลาด และช่วยผลักดันยอดขายของกลุ่มเอวี” ผู้บริหารกล่าวและว่า การจับมือครั้งนี้ทางบริษัทและทีมเมืองทองฯยังได้จัดแคมเปญร่วมกัน Cheer to Goal โดยลูกค้าที่ซื้อ แอลซีดี ทีวี ของโตชิบารับทันทีบัตรที่นั่งห้องวีไอพีชมการแข่งขันที่สนามของเมืองทองยูไนเต็ดอย่างใกล้ชิด สำหรับแคมเปญนี้ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาทนายมัสสุอิ กล่าวต่อถึงภาพรวมตลาดแอลซีดีทีวีในปีนี้ว่า จะมีการแข่งขันรุนแรงมาก เนื่องจากในช่วงกลางปีจะมีมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นกีฬาที่มีผู้สนใจทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทย และตลาดในปีนี้คาดว่าผู้บริโภคจะหันมาซื้อแอลซีดีทีวีมากขึ้น ทั้งลูกค้าที่ซื้อมาดูเป็นเครื่องแรก กับลูกค้าที่ซื้อมาเพื่อเปลี่ยนเครื่องเก่าซึ่งเป็นแบบซีอาร์ทีทีวี ดังนั้นปีนี้เชื่อว่าภาพรวมตลาดแอลซีดีจะเติบโต 4050% จากตลาดรวมปีที่ผ่านมาประมาณ 8 แสนยูนิต ในจำนวนนี้เป็นแอลอีดีทีวี 5% ขณะที่ในช่วงที่ไม่มีฟุตบอลโลกการเติบโตของแอลซีดีจะอยู่ที่ 30%
นางสาวรัชนีวรรณ สิงห์ประเสริฐ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แอลซีดีทีวี เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เปิดตัวแอลซีดีทีวีใหม่ถึง 11 รุ่น และแอลอีดี 4 รุ่น มีตั้งแต่ขนาด 2255 นิ้ว ราคาตั้งแต่ 7,000 บาท ถึง 4 แสนบาท สำหรับแอลอีดีจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี โดยไฮไลท์ของโตชิบาคือรุ่น CELL REGZA ราคา 4 แสนบาท และการเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้แอลซีดีโตชิบามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 4% ในปีที่ผ่านมาเป็น 6% ในปีนี้ สำหรับงบการทำตลาดของหมวดเอวีปีนี้ตั้งเป้าไว้ 80 ล้านบาท







