
นายกใหม่สมาคมศูนย์การค้าชูโมเดล "พาร์ค แอนด์ ไรด์"
จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้าในไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลักไม่ต่ำกว่า 10 ราย มีจำนวนสาขารวมกัน 66 ศูนย์ฯ ทั่วประเทศ เฉพาะในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีศูนย์การค้ากว่า 50 แห่ง และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้าในไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลักไม่ต่ำกว่า 10 ราย มีจำนวนสาขารวมกัน 66 ศูนย์ฯ ทั่วประเทศ เฉพาะในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีศูนย์การค้ากว่า 50 แห่ง และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
สมาคมศูนย์การค้าไทย (ทีเอสซีเอ) หรือ Thai Shopping Centers Association (TSCA) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2541 ปัจจุบันมี 10 บริษัทผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกเข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยมี นริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงินและบัญชี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมทีเอสซีเอ คนล่าสุด ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ ได้ประกาศนโยบาย “มอบสุขให้คนไทย” พร้อมผลักดันโครงการต่างๆ นับจากนี้
นริศ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ประกอบการ 10 บริษัท จำนวน 16 ศูนย์ฯ พร้อมให้ความร่วมมือด้านต่างๆ กับภาครัฐ ล่าสุดจัดโครงการเมนูอาหารพิเศษ ราคา 35 บาท ซึ่งจะเป็นกลุ่มเมนูอาหารพื้นฐาน รวมถึงจัดจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวด ในราคา 7 บาท ภายในศูนย์อาหาร (ฟู้ดคอร์ต) ของศูนย์การค้าที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือลดค่าครองชีพประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่จะผลักดันเพื่อให้รัฐสนับสนุนนับจากนี้ คือ โครงการก่อสร้างอาคารจอดรถสำหรับประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้า ในลักษณะพาร์ค แอนด์ ไรด์ (Park & Ride) ในเขตชานเมือง กทม. เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนนำรถมาจอดและใช้บริการรถไฟฟ้าเดินทางเข้ามาในเมืองมากขึ้น ซึ่งโครงการฯ นี้จะผลักดันให้มีคนใช้รถไฟฟ้าและรถสาธารณะมากขึ้น ทำให้รถวิ่งเข้ามาในเมืองน้อยลง ลดปัญหาจราจร
ทั้งนี้ กลุ่มสมาชิกสมาคมฯ จะให้ความร่วมมือในการเป็นจุดเชื่อมต่อของโครงการพาร์ค แอนด์ ไรด์ เนื่องจากศูนย์การค้าแต่ละแห่ง ถือเป็นศูนย์กลางใช้ชีวิตของประชาชนที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้า ซึ่งหากอาคารพาร์ค แอนด์ ไรด์ ตั้งอยู่รอบศูนย์การค้าจะเป็นการเพิ่มมูลค่ากับโครงการ โดยรูปแบบพาร์ค แอนด์ ไรด์ ถือเป็นแนวทางการบริหารจัดการจราจรของเมืองใหญ่หลายเมืองในต่างประเทศด้วย
สำหรับโครงการฯ ดังกล่าว อยู่ระหว่างร่างสรุปรายละเอียดด้านต่างๆ อาทิ ทำเล หรือจุดเชื่อมต่อระหว่างโครงการของศูนย์การค้า และสถานีรถไฟฟ้าเป็นหลัก รวมถึงงบประมาณโครงการในภาพรวมทั้งหมด คาดได้ข้อสรุปราวปลายปีนี้ จากนั้นทางสมาคมฯ จะนำรายละเอียดโครงการเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาโครงการฯ นี้ร่วมกัน
ปัจจุบันพบว่ามีศูนย์การค้าไม่ต่ำกว่า 50 แห่งในเขต กทม.และชานเมือง มีสัดส่วนราว 50% ที่เป็นศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในเมืองและมีทำเลติดกับสถานรถไฟฟ้า ทั้งนี้ศูนย์การค้ายังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดสาขาใหม่เฉลี่ย 1-2 แห่งต่อปี และคาดว่าใน 3-5 ปีข้างหน้าจะมีศูนย์การค้าเปิดใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 10 สาขา
ด้านศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทุกสาขา ในช่วง 4 เดือนแรก มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6-7% รวมถึงในส่วนของศูยย์การเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง จากกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ที่ล่าสุดจัดกิจกรรมในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในเบื้องต้นสมาคมฯ ได้เข้าไปเจรจากับผู้นำกลุ่มดังกล่าว เพื่อขอความเห็นใจและได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“หากมีกลุ่มผู้เข้ามาชุมนุมจำนวนไม่มาก ก็ถือว่ายังควบคุมได้ ผู้ประกอบการโดยรอบราชประสงค์ก็สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่หากมีกลุ่มมวลชนจำนวนมากเหมือนเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางศูนย์ฯ ก็ต้องปิดให้บริการ เพื่อความปลอดภัย” นริศ กล่าว







