posttoday
อนาคตประเทศไทยเมื่อเอเชียผงาดเวทีโลก

อนาคตประเทศไทยเมื่อเอเชียผงาดเวทีโลก

21 พฤษภาคม 2555

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ประเทศพัฒนาแล้วในฝั่งตะวันตก ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่เคยเป็นมหาอำนาจกำลังประสบภาวะเสื่อมถอยทางธุรกิจ สวนทางกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังผงาดขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดียที่เข้ามามีอำนาจ กระทั่งกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลกมากขึ้น

ขณะเดียวกันประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกก็พยายามวางนโยบายและเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากพลวัตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคสูงสุด

ประเทศไทยก็เช่นกัน จำเป็นต้องตื่นตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในยุคนี้

สถาบันนานาชาติเพื่อเอเชียแปซิฟิกศึกษา (INSAPS) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องนี้ จึงเตรียมจัดประชุมสัมมนาประจำปีหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยในพลวัตเอเชียแปซิฟิก” ในวาระครบรอบ 50 ปี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางอนาคตประเทศไทย ในวันที่ 19 มิ.ย. ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ

ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานคณะกรรมการสถาบันนานาชาติเพื่อเอเชียแปซิฟิกศึกษา (INSAPS) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศเอเชียแปซิฟิกมีบทบาททางการค้า การลงทุนในระบบเศรษฐกิจโลกแทนประเทศตะวันตกมากขึ้น หลังจากกลุ่มประเทศยุโรปใช้เงินเกินตัว จนเกิดปัญหาวิกฤตการเงินขึ้น ทำให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้ามามีบทบาทช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

หรือเรียกได้ว่า ประเทศเอเชียแปซิฟิกจะก้าวเข้ามามีบทบาทในการร่วมกำหนดกติกาการค้า การลงทุนมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจโลกมีดุลยภาพที่ดีกว่าเก่า จากเดิมประเทศตะวันตกเป็นผู้กำหนดกติกาฝ่ายเดียว แต่คงยังไม่ถึงขั้นที่จะพลิกขั้วอำนาจขึ้นมาเป็นผู้นำได้ เพราะต้องยอมรับว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังมีองค์ความรู้ไม่เท่า

อนาคตประเทศไทยเมื่อเอเชียผงาดเวทีโลก

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่างก็เร่งดำเนินนโยบายในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้า การลงทุนระหว่างกันเอง ทั้งระดับภูมิภาคและทวิภาคี เช่น ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) รวมทั้งการตั้งเขตการค้าเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งจะทำให้เกิดการกำหนดข้อตกลงทางการค้า การลงทุนและบริการกันเองภายในกลุ่ม ทำให้กติกาการค้าเป็นไปตามภูมิภาคนั้นๆ ซึ่งก็เป็นข้อตกลงทางการค้าที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน

สำหรับการเจรจาการค้ารอบโดฮาในองค์การการค้าโลก (WTO) รอบที่ผ่านมาที่ยังไม่มีความคืบหน้านั้น คาดว่าคงจะนิ่งและเลิกไปเองในที่สุด เพราะประเทศตะวันตกต้องการให้มีการเปิดเสรีทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน การบริการและการเกษตร แต่ประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกยอมรับโจทย์ที่ว่าไม่ได้ เนื่องจากเห็นว่ามีหลายอุตสาหกรรมที่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะสู้ได้นั่นเอง

ด้านการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ที่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเข้าร่วมเจรจา TPP แม้ว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น เวียดนาม และบรูไน ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น เห็นว่าอาจมีผลกระทบต่อเอกภาพในภูมิภาคอาเซียนบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเล็กน้อย และไทยเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งทำ

ประธานฯ ณรงค์ชัย กล่าวอีกว่า ข้อตกลง TPP เป็นเรื่องที่อเมริกาต้องการทำกับประเทศต่างๆ เพื่อหนุนการค้า ที่ผ่านมาเรายังไม่ยอมตกลงทำด้วย เพราะมีประสบการณ์ไม่ดีจากการทำ FTA กับอเมริกา เพราะเงื่อนไขที่เสนอมายอมรับได้ยาก เช่น เรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การเปิดเสรีให้ใบอนุญาตทำการค้าและบริการต่างๆ รวมทั้งช่วงที่มีการเจรจานั้นยังมีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ดี การทำข้อตกลง TPP ต้องใช้เวลา แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากรอบรอบเจรจาจะหมดระยะเวลาไปแล้วหรือยัง หากหมดรอบแล้วนี้ก็คงต้องรอให้มีการเปิดเจรจารอบใหม่

นอกจากนี้ ประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) อันประกอบไปด้วย จีน ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประเทศของพม่า การเร่งเปิดเสรี และพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามนั้น ในฐานะที่ไทยเป็นเพื่อนบ้านและเป็นประเทศที่มีความพร้อมในการทำธุรกิจมาก่อน ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราวางแผนอนาคตได้ง่ายขึ้น และทำให้สามารถคิดลงทุนได้กว้างกว่าอยู่แค่ในประเทศไทย

นั่นหมายความว่า เราสามารถทำการค้า การลงทุน หรือแม้แต่การจ้างงานได้มากขึ้น และยังเป็นตัวเชื่อมโยงไปยังประเทศจีนและอินเดียได้ ทำให้ตลาดในภูมิภาคนี้ใหญ่ขึ้น

“บทบาทที่ผ่านมาของไทยที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน มีทั้งการพึ่งพาเขาทั้งด้านแรงงาน พลังงานและตลาด ขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยเหลือในการพัฒนาให้ด้วย แต่เชื่อว่า เมื่อพม่าเปิดประเทศคงยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวสำหรับคนไทย เพราะยังไม่พร้อมต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่ที่จะกระทบแน่ๆ คือ เรื่องแรงงาน”

แรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยกว่า 3 ล้านคน จะทยอยหายไป ทำให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัวเองให้ทัน โดยการหันมาใช้เครื่องจักรกลแทน เพราะที่ผ่านมาเราพึ่งแรงงานต่างชาติพวกนี้มากเกินไป จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นแนวโน้มธุรกิจในประเทศจะมีขนาดเล็กลง

นับจากนี้นักธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับตัว ใครที่ยังอยากทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทยก็จะต้องใช้แรงงานน้อยลงเน้นเครื่องจักรมากขึ้น ใครที่ยังอยากใช้แรงงานจำนวนมากอยู่ก็ต้องดิ้นหนีไปหาแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านเอง แต่ถ้าใครปรับตัวไม่ได้ก็จะตายและหายไปเอง

หมายเหตุ คุณณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธาน INSAPS เป็นหนึ่งในวิทยากรที่จะเข้าร่วมบรรยายในงานสัมมนา “อนาคตประเทศไทยในพลวัตเอเชียแปซิฟิก” วันที่ 19 มิ.ย.นี้ ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ และโปรดติดตามบทสัมภาษณ์วิทยากรท่านต่อไปของงานเดียวกันนี้ในโพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 28 พ.ค.

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69