posttoday
ชินคอร์ปแจงทุกประเด็นหลังคดียึดทรัพย์ย้ำทำทุกอย่างถูกต้อง

ชินคอร์ปแจงทุกประเด็นหลังคดียึดทรัพย์ย้ำทำทุกอย่างถูกต้อง

10 มีนาคม 2553

สมประสงค์แถลงแจงทุกกรณีหลังศาลตัดสินคดียึดทรัพย์4.6หมื่นล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันทุกประเด็นบริษัทดำเนินการถูกต้อง

สมประสงค์แถลงแจงทุกกรณีหลังศาลตัดสินคดียึดทรัพย์4.6หมื่นล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันทุกประเด็นบริษัทดำเนินการถูกต้อง

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร ชิน คอร์ปอเรชั่น  พร้อม นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานกรรมการบริหารไทยคม และ นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ชี้แจงทุกกรณีหลังคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา มีรายละเอียดังนี้

ชินคอร์ปแจงทุกประเด็นหลังคดียึดทรัพย์ย้ำทำทุกอย่างถูกต้อง สมประสงค์

ประเด็นการหักส่วนแบ่งรายได้ไปเป็นภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม  เกิดขึ้นหลังมีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลจึงไม่ใช่ของทีโอที และ กสท โทรคมนาคมอีกต่อไป ดังนั้น เงินที่ทั้งสองหน่วยงานได้รับควรเป็นรายได้เฉพาะในส่วนที่เป็นสัมปทานเท่านั้น ซึ่งการกำหนดให้มีภาษีสรรพสามิตเป็นเรื่องที่รัฐบาลคิดว่าเหมาะสมในขณะนั้นที่จะนำเงินเข้ากระทรวงการคลัง ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทีโอทีและ กสทฯ โดยตรง ขณะที่เอกชนคู่สัญญายังจ่ายเท่าเดิม แต่แบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน แต่สุดท้ายคือประเทศชาติได้รับเงินเท่าเดิม

ประเด็นการแก้สัญญาปรับลดส่วนแบ่งโทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) ระหว่าง ทีโอทีและ เอไอเอส จาก 25% เหลือ 20%   เรื่องนี้เป็นข้อเสนอของเอไอเอสไปยังทีโอที  และทีโอทีได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาในเรื่องนี้   ซึ่งเมื่อดูจากสภาวะแวดล้อม สถิติ ทีโอทีเห็นว่าตลาดพรีเพดจะเติบโตในอนาคต จึงยินยอมลดให้  และในสัญญาระบุชัดเจนว่า ส่วนแบ่งที่ลดลงนั้นทางเอไอเอสต้องนำกลับคืนให้ผู้ใช้มือถือ ซึ่งเอไอเอสก็ได้ลดค่าใช้บริการให้ถูกลง ทำให้มีผู้ใช้เยอะขึ้น รายได้ก็กลับคืนทีโอที ซี่งมากกว่ารายได้ที่ทีโอทีเคยได้รับเมื่อครั้งยังเป็นส่วนแบ่ง 25%

นอกจากนี้ เมื่อมีผู้ใช้มากขึ้น เอไอเอสก็มีการขยายโครงข่ายมากขึ้น และโครงข่ายที่ขยายเพิ่มขึ้นก็เป็นทรัพย์สินของทีโอทีตามสัญญา สร้าง-โอน-ให้บริการ (บีทีโอ) เท่ากับว่า ทีโอทีได้รับประโยชน์มากขึ้น

นายสมประสงค์ กล่าวว่า หากเอไอเอสเป็นทีโอทีจะมองว่า เอไอเอส คือ แหล่งผลิตเงิน หรือ แหล่งสร้างรายได้ให้กับทีโอที เพราะกว่า 20 ปีที่เอไอเอสได้สัมปทานจากทีโอที ทีโอทีได้รับเงินจากเอไอเอสมากกว่าแสนล้านบาทแล้ว

ประเด็นโรมมิ่งของบริษัท ดิจิตอลโฟน ที่มีการลดอัตราจาก 2.10 บาท เหลือ 1.10 บาท นั้น เพราะการโรมมิ่งเป็นการคิดในรูปแบบโครงข่ายต่อโครงข่าย ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ไม่ใช่การเช่าใช้โครงข่าย และอัตราที่กำหนดนั้นก็เป็นไปตามระบบโรมมิ่งปกติ

ประเด็นดาวเทียมไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์  ที่เปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นดาวเทียมอินเทอร์เน็ตเพราะเป็นไปตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา  แต่ก่อนจะยิงดาวเทียมขึ้นสูงวงโคจร ได้หารือกับทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และได้รับการอนุมัติแล้ว  ซึ่งได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่าง

ส่วนไทยคม3 ที่ปลดระวางก่อนกำหนด นั้น ทางบริษัทได้ยิงไทยคม 5 ขึ้นไปแทน จึงถือว่า ไทยคม 5 ก็คือไทยคม3 เพราะยิงขึ้นไปแทนไทยคม 3 ซึ่งตอนนี้มีดาวเทียมอยู่บนวงโคจร 2 ดวงคือ ไ/อพีสตาร์ และ ไทยคม 5

กรณีเงินเคลมประกันของไทยคม 3 ที่หมดอายุก่อนกำหนด ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้ส่งดวงใหม่ขึ้นไปแทนและมีค่าใช้จ่ายในการสร้างและยิงดาวเทียมดวงใหม่ มากกว่าเงินประกันที่ได้รับจากไทยคม 3 เสียอีก

ประเด็นที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ให้เงินกู้กับประเทศพม่า 4,000 ล้านบาท บริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการปล่อยเงินกู้  แต่การที่ สถาบันการเงินของประเทศใดปล่อยเงินกู้ให้อีกประเทศหนึ่งก็เพื่อต้องการให้กลับมาซื้อสินค้าของประเทศเจ้าของเงินอยู่แล้ ถือเป็นเรื่องปกติที่ทำกันทุกประเทศ  และเงินที่พม่ามาเช่าใช้อุปกรณ์ของไทยคมก็มีเพียง 320 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับจำนวนเงินกู้ทั้งหมด รวมทั้งพม่าก็เป็นลูกค้าไทยคมอยู่แล้ว

ประเด็นลดสัดส่วนการถือหุ้นในไทยคมของ ชิน คอร์ป จาก 51% เหลือ 40% ทางไทยคมได้สอบถามไปยังไอซีที และ ไอซีทีได้ทำหนังสือถามไปยังอัยการสูงสุดแล้ว  และตกลงให้ทำได้ เพราะชิน คอร์ป ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไทยคม และ การลดสัดส่วนการถือหุ้นไม่ได้ทำให้ไทยคมจ่ายส่วนแบ่งต่อไอซีทีน้อยลง หรือเท่ากับว่า รัฐได้ประโยชน์เท่าเดิม

นายสมประสงค์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความยุติธรรมถึงได้อยู่มาจนทุกวันนี้ ซึ่งเมื่อมีความยุติธรรม ทุกอย่างก็จะยุติลงด้วยความเป็นธรรม และการพิจารณาใดดๆก็จะเป็นไปด้วยความเป็นธรรม

ส่วนประเด็นที่ผู้บริหารได้ขายหุ้นของบริษัทนั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคล เพราะบริษัทมีหุ้นที่ให้เปล่ากับพนักงานและบริษัท (ESOP) ซึ่งเมื่อครบกำหน 5 ปี ผู้ที่ได้รับหุ้นสามารถที่จะดำเนินการใดๆ ก็ได้

ทั้งนี้ ทางเทมาเสกผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ได้มีคำถามหรือท่าทีใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้  และไม่ได้มีการถอนหุ้น หรือ ถอนทุน คืนแต่อย่างใด  เพราะหลัง จากมีคดีพิพากษา  ทางบริษัท ได้เดินทางไปชี้แจงให้สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทให้เข้าใจหมดแล้ว  และไม่ได้มีใครแสดงความกังวลใดๆ 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน