
ถอดรหัสคนซื้อบ้าน พฤติกรรมเปลี่ยนหลังน้ำท่วม
แม้ว่าตลาดบ้านจะเริ่มพลิกฟื้นจากวิกฤตน้ำท่วมมาได้ในระดับหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังถือว่าไม่เต็มร้อย
แม้ว่าตลาดบ้านจะเริ่มพลิกฟื้นจากวิกฤตน้ำท่วมมาได้ในระดับหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังถือว่าไม่เต็มร้อย
โดยเฉพาะบ้านแนวราบที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกันแบบเต็มๆ จึงมีคำถามตามมาว่า การที่ตลาดยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติ เพราะพฤติกรรมการซื้อบ้านของลูกค้าเปลี่ยนไปหรือไม่
ทั้งนี้ มีตัวเลขที่น่าจะนำมาถอดรหัสพฤติกรรมการซื้อบ้านหลังน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี นั่นคือ ตัวเลขผลสำรวจการซื้อที่อยู่อาศัยในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 26 ของ 3 สมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์
เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ในฐานะประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาไม่นานนัก วิเคราะห์ให้ฟังว่า พฤติกรรมการซื้อบ้านหลังน้ำท่วมมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ แม้ว่าคอนโดมิเนียมจะยังมีความต้องการซื้อของผู้บริโภคเป็นลำดับ 2 รองจากบ้านเดี่ยว แต่ความต้องการซื้อได้เพิ่มสูงขึ้น เมื่อนำตัวเลขไปเทียบกับงานมหกรรมฯ ในครั้งก่อนหน้า โดยครั้งนี้มีสัดส่วนความต้องการซื้ออยู่ที่ 34.5% เพิ่มจากครั้งที่แล้ว ซึ่งมีสัดส่วนความต้องการซื้ออยู่ที่ 22.5% สำหรับกลุ่มผู้ที่สนใจซื้อคอนโด ยังคงเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 2030 ปี เป็นส่วนใหญ่ และเป็นคนที่มาจากครอบครัวเดี่ยวที่มีคนอยู่ไม่เกิน 12 คน โดยราคาที่ต้องการซื้อมากที่สุดคือ 1-2 ล้านบาท ทำเลที่ต้องการคือ คอนโดตามแนวรถไฟฟ้าและใกล้ที่ทำงาน
ส่วนความต้องการซื้อคอนโดที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตน้ำท่วมที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งเปลี่ยนใจมาซื้อคอนโด
เช่น เขตตลิ่งชัน เดิมคนในพื้นที่มีความต้องการซื้อบ้านในย่านตลิ่งชันสัดส่วน 50% แต่หลังน้ำท่วมความต้องการลดลงเหลือ 36.4% แต่กลับไปซื้อในพื้นที่เขตบางกอกน้อย พญาไท ห้วยขวาง หรือคนในพื้นที่จตุจักร ที่เดิมมีความต้องการซื้อของคนในพื้นที่อยู่ที่ 56.9% ลดเหลือ 41.1% โดยหันไปซื้อในพื้นที่เขตลาดพร้าว บางเขน ห้วยขวาง เพิ่ม เป็นต้น
ขณะที่ ธีรธร ธาราไชย ผู้อำนวยการสายงานวิจัยและพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค นำข้อมูลความต้องการซื้อบ้านหลังวิกฤตน้ำท่วมมาสังเคราะห์ พบว่า หลังน้ำท่วมกลุ่มคนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยได้เปลี่ยนมาซื้อคอนโดมากขึ้น
สำหรับทำเลที่สนใจ ย่านรัชดาฯลาดพร้าว ย่านศูนย์กลางธุรกิจ หรือซีบีดี และย่านสุขุมวิทตอนปลาย หรือเป็นทำเลที่น้ำไม่ท่วม ตามลำดับ โดยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เป็นที่ต้องการซื้อมากที่สุด
ทั้งนี้ หลังจากเกิดวิกฤตน้ำท่วม คนที่เคยคิดจะซื้อบ้าน 60% ยังตัดสินใจซื้อต่อ อีก 23% ไม่ตัดสินใจซื้อ และ 17% เลื่อนการตัดสินใจออกไป โดยในกลุ่มที่ยังตัดสินใจซื้อ ส่วนใหญ่ซื้อเพราะเป็นความต้องการซื้อที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม มีถึง 16% ที่ต้องการซื้อเพราะหนีน้ำท่วม และส่วนหนึ่งซื้อเป็นบ้านหลังที่สอง
ส่วนกลุ่มที่เปลี่ยนใจไม่ซื้อ มีถึง 68% ที่ต้องการอยู่ในทำเลเดิมโดยไม่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม โดยมี 26% ที่สาเหตุมาจากน้ำท่วม เช่น รอดูสถานการณ์ในปีนี้ มีภาระในการซ่อมบ้าน หรือทำเลปัจจุบันน้ำไม่ท่วม เป็นต้น
จากการสำรวจยังพบอีกว่า การตัดสินใจซื้อบ้านในทำเลเดิมมีสัดส่วนสูงถึง 70% ส่วนที่ต้องการเปลี่ยนทำเลมี 30% โดยผู้ซื้อบ้านในทำเลน้ำท่วมต้องการให้ผู้ประกอบการมีแผนในการป้องกัน ดูแล กรณีเกิดน้ำท่วม ซึ่งมีส่วนต่อการตัดสินใจอย่างมาก แต่ผู้บริโภคคิดว่าจะไม่จ่ายเงินเพิ่ม
เอกชนชี้โซนน้ำท่วมเริ่มฟื้นตัว
ด้าน ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ที่อยู่อาศัยในบริเวณที่เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาส่งสัญญาณการฟื้นตัว โดยประเมินจากยอดขายของพฤกษาในส่วนของทาวน์เฮาส์ในพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมฟื้นตัวแล้ว 68% ส่วนพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมฟื้นแล้ว 80%
ขณะที่บ้านเดี่ยวในพื้นที่ที่เคยน้ำท่วม ฟื้นตัว 45% ส่วนพื้นที่น้ำไม่ท่วมฟื้นตัว 70-80% โดยยอมรับว่า แม้ตัวเลขการฟื้นตัวจะไม่ได้รวดเร็วนัก เป็นผลจากโครงการที่ได้รับผลกระทบเยอะกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ แต่บรรยากาศการซื้อขายที่เริ่มฟื้นตัวถือเป็นสัญญาณที่ดี
คอนโดมาแรง จับตาที่ดินเช่า
แนวโน้มของที่อยู่อาศัย ประเสริฐ จากค่ายพฤกษา กล่าวว่า ชัดเจนแล้วว่าเป็นตลาดของคอนโด จากความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปรับพอร์ตการลงทุนมาสู่ธุรกิจแนวสูงมากขึ้น ซึ่งจะมีผลให้บริษัทมีหนี้สินต่อทุนสูงขึ้น เพราะการรับรู้รายได้คอนโดมิเนียมจะใช้เวลานาน จึงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังในการบริหารสภาพคล่องให้ดี
นอกจากนี้ แนวโน้มการพัฒนาที่ดินที่นอกจากจะกระจายไปยังต่างจังหวัดและรอบนอกกรุงเทพมหานคร (กทม.) มากขึ้นแล้ว ที่ดินประเภทเช่ายาว 30 ปี จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น เพราะมีราคาสูงขึ้น







