posttoday
กสิกรฯเข็นหุ้นใหม่ ไทยเอกลักษณ์ปีนี้

กสิกรฯเข็นหุ้นใหม่ ไทยเอกลักษณ์ปีนี้

16 พฤษภาคม 2555

กลุ่มบริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ เตรียมแต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ขนาดระดมทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

กลุ่มบริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ เตรียมแต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ขนาดระดมทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

น.ส.ณัฐรินทร์ ตาลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมนำกลุ่มบริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทันปีนี้ โดยอยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทในเครือ คาดว่าน่าจะยื่นไฟลิงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประมาณไตรมาส 3 นี้

ปัจจุบันกลุ่มบริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 12% และวางแผนขายเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อต้องการระดมทุนนำเงินไปขยายกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องรวมถึงโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีกด้วย

ทั้งนี้ ดีลของน้ำตาลไทยเอกลักษณ์เป็นธุรกิจวาณิชธนกิจที่ บล.กสิกรไทย ทำร่วมกับ บล.แมคควอรี ซึ่งเป็น Exclusive Strategic Alliance

แหล่งข่าวจาก บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ขนาดการระดมทุนของกลุ่มบริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ คาดว่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท โดยธุรกิจน้ำตาลมีแนวโน้มขยายตัวดีตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่บริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

แนวโน้มธุรกิจจะขยายตัวต่อเนื่องไปอีกไม่น้อยกว่า 2-3 ปี เนื่องจากประชากรโลกที่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ราคาอาหารและสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ภัยธรรมชาติต่างๆ ก็ทำให้พื้นที่เพาะปลูกลดน้อยลงด้วย

สำหรับกลุ่มบริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ นับว่าดำเนินธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยผลิตน้ำตาล โรงงานกระดาษ โรงงานเอทานอลจากกากน้ำตาล ข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า บริษัทจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ที่ ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

ปัจจุบันเป็นโรงงานน้ำตาลที่ทันสมัยที่สุดในภาคเหนือ มีอัตราการหีบอ้อยมากกว่า 1.8 หมื่นตันต่อวัน มีลูกหีบ 7 ชุด โดยชุดที่ 1 มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ด้านโครงการสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทมี บริษัท จรูญหทัย เอกโฮลดิ้ง ถือหุ้นใหญ่ที่สุด สัดส่วน 46.15% และบริษัท ที.ไอ. ธุรกิจ ถือหุ้นอันดับที่ 2 จำนวน 44.13% ส่วนผู้ถือหุ้นอื่นๆ เป็นบุคคลหลายคนถือหุ้นคนละเล็กน้อย ทั้งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าบริษัทจะขายหุ้นให้กับนักลงทุนต่างประเทศให้แล้วเสร็จก่อนยื่นเรื่องขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัท สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2554 ขาดทุนสุทธิ 1,043 ล้านบาท แย่ลงเทียบกับเดือน ก.ย. 2553 และ 2552 ที่มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท และ 52 ล้านบาทตามลำดับ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ