
เอกชนรับปากตรึงสินค้า4เดือน
“บุญทรง” ยันสินค้า 200 ราย รับปากตรึงราคา 4 เดือน เริ่มพ.ค.ถึง 15 ก.ย. แนะใช้เงินเหรียญชะลอขึ้นราคาสกัดเงินเฟ้อ
“บุญทรง” ยันสินค้า 200 ราย รับปากตรึงราคา 4 เดือน เริ่มพ.ค.ถึง 15 ก.ย. แนะใช้เงินเหรียญชะลอขึ้นราคาสกัดเงินเฟ้อ
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลการหารือร่วมกับผู้ผลิตสินค้ากว่า 200 ราย ในทุกกลุ่มสินค้าทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวัน วัสดุก่อสร้าง กระดาษ และบริภัณฑ์ขนส่ง ซึ่งมีจำนวนสินค้าครอบคลุมตลาดกว่า 90% ผู้ประกอบการทั้งหมดยอมให้ความร่วมมือตรึงราคาสินค้า 4 เดือน เริ่มตั้งแต่ 15 พ.ค. จนถึง 15 ก.ย.นี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เสนอให้ใช้เงินเหรียญหมุนเวียนในระบบตลาดมากขึ้น เพื่อช่วยชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะที่ผ่านมามีราคาสินค้าบางรายการปรับเพิ่มขึ้นทีละ 5-10 บาท ซึ่งสูงเกินต้นทุนที่แท้จริง เช่น ข้าวไข่เจียวขึ้นจาก 5 บาท เป็น 10 บาท ทั้งราคาไข่ไก่เพิ่มไม่กี่สิบสตางค์ เพราะอ้างไม่มีเงินเหรียญทอนให้ ดังนั้นหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์จะเสนอไปยังกระทรวงการคลังให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อไป รวมทั้งจะรณรงค์ให้ประชาชน เลือกซื้อสินค้าคุ้มค่า ราคาประหยัดมากขึ้น
นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ทุกรัฐบาลใช้วิธีการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง โดยขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนตรึงราคามาโดยตลอด นับตั้งแต่ขอความร่วมมือตรึงราคาจนถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 41 แล้ว ซึ่งเอกชนยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ ก็พร้อมที่จะช่วย แต่ที่ตรึงไม่ได้ รัฐต้องเปิดทางให้มีการหารือ โดยเฉพาะหลังจากพ้นระยะ 4 เดือนไปแล้ว ก็ไม่ควรมาขอให้ตรึงราคาอีก ควรจะปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน
นายบุรินทร์ ธนถาวรลาภ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการข้าวถุงยังไม่มีการยื่นขอปรับราคา เพราะราคาที่จำหน่ายในตลาดปัจจุบันข้าวถุงบรรจุ 5 กก. มีตั้งแต่ง 108-230 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าราคาเพดานสูงสุดของกรมการค้าภายใน กำหนดไว้ 250 บาท และต้นทุนการรับซื้อข้าวยังอยู่ในระดับกก.ละ 16-18 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง เอกชนยังสามารถคงราคาจำหน่ายได้ อีกทั้งลักษณะตลาดข้าวถุงเป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์ การปรับราคาจึงเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งน่าจะเป็นมาตรการดูแลราคาสินค้าที่ดีที่สุด







