posttoday
เสริมสุข-ไทยเบฟซุ่มเงียบ

เสริมสุข-ไทยเบฟซุ่มเงียบ

15 พฤษภาคม 2555

เสริมสุข-ไทยเบฟฯ ซุ่มผลิตน้ำอัดลม เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ หลังจบสัญญาเป๊ปซี่ 1 พ.ย.ปีนี้

เสริมสุข-ไทยเบฟฯ ซุ่มผลิตน้ำอัดลม เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ หลังจบสัญญาเป๊ปซี่ 1 พ.ย.ปีนี้

แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่ม เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มตราช้าง เข้าถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและกระจายสินค้าเครื่องดื่ม เป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ และน้ำดื่มคริสตัล ไปเมื่อปีก่อน ซึ่งขณะนี้ทั้งสองบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกลุ่มน้ำอัดลม (ซอฟต์ดริงก์) ภายใต้แบรนด์ใหม่ และคาดว่าจะเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ บริษัท เสริมสุข จะสิ้นสุดสัญญาธุรกิจระหว่างบริษัท เป๊ปซี่ โค อิงค์ ในวันที่ 1 พ.ย.ปีนี้ ซึ่งจากความรู้ความชำนาญของบริษัท เสริมสุข ที่เป็นพันธมิตรกับเป๊ปซี่นานกว่า 50 ปี ทำให้มีความพร้อมที่จะทำตลาดน้ำอัดลมของตัวเองอย่างแน่นอน และทำให้ไทยเบฟฯ สามารถต่อยอดธุรกิจไปยังเครื่องดื่มกลุ่มน้ำอัดลมด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม บริษัท เสริมสุข จะต้องลงทุนเพิ่มกว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับโครงการนี้ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในระบบต่างๆ

สำหรับความคืบหน้าที่บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ทำตลาดและกระจายสินค้าผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ เตรียมแผนผลิต และทำตลาดร่วมกับบริษัท เป๊ปซี่ฯ ในประเทศไทย หลังหมดสัญญากับบริษัท เสริมสุข ในปลายปีนี้นั้น ในวงการเครื่องดื่มประเมินว่าน่าจะอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงและผลตอบแทนทางธุรกิจ ซึ่งหากบริษัท สิงห์ฯ สนใจขยายธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมใหม่จะต้องลงทุนมหาศาล

ขณะที่บริษัท สิงห์ฯ มีความแข็งแกร่งในช่องทางจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านตัวแทนขาย (เอเยนต์) ต่างๆ ทั่วประเทศ แต่หากจะมาเป็นผู้จัดจำหน่ายหรือกระจายสินค้าน้ำอัดลม อาจจำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำตลาดหรือการกระจายสินค้าใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งหลังจากเป๊ปซี่เข้าซื้อโรงงานซานมิเกลใน จ.ระยอง มูลค่าราว 4,000 ล้านบาทนั้น จะสามารถผลิตได้เฉพาะขวดพลาสติกพีอีทีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มน้ำอัดลมในไทย ส่วนใหญ่กว่า 60% จะยังคงเป็นบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วเป็นหลัก และคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาราว 5 ปี ตลาดขวดแก้วจึงจะลดลงและเปลี่ยนเป็นบรรจุภัณฑ์อื่นๆ อาทิ ขวดพีอีที หรือกระป๋อง

แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกสมัยใหม่ เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในรอบ 4 เดือนแรกปีนี้พบว่ายอดจำหน่ายในช่องทางดังกล่าวเติบโตสูงสุดถึง 14% และเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบ 4 ปี เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่อง และน้ำอัดลมแต่ละแบรนด์แข่งขันกันอย่างสูง โดยเฉพาะเป๊ปซี่ที่ขณะนี้มีขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดได้กว่า 70% และคาดว่า 1-2 เดือนจากนี้จะครอบคลุมได้ 100% จากปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ