posttoday
สหรัฐชีวเศรษฐกิจยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

สหรัฐชีวเศรษฐกิจยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

14 พฤษภาคม 2555

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ในระยะที่ผ่านมาสหรัฐประสบปัญหาอย่างมากในด้านความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการผลิตสินค้าราคาถูกที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ดังนั้นทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจจะไม่แข่งขันในด้านราคา แต่แข่งขันด้านวัตกรรม โดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้ประกาศเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2554 ว่า “โลกได้ก้าวไปสู่เศรษฐกิจแห่งนวัตกรรม และไม่มีประเทศอื่นใดที่ยอดเยี่ยมในด้านนวัตกรรมเหนือกว่าสหรัฐ”

เป้าหมายสำคัญสหรัฐในอนาคต คือ ชีวเศรษฐกิจ (Bioeconomy) หมายถึงเศรษฐกิจบนพื้นฐานของเทคโนโลยีชีวภาพ เนื่องจากวิทยาการในสาขานี้ก้าวหน้ารวดเร็วมาก ถึงกับมีการกล่าวว่า ศตวรรษที่ 21 ในปัจจุบันเป็นศตวรรษแห่งเทคโนโลยีชีวภาพ โดยข้อได้เปรียบสำคัญของสหรัฐในชีวเศรษฐกิจ คือ แข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ หลายช่วงตัวในเทคโนโลยีพื้นฐาน 3 สาขา คือ เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการจัดการสารชีวโมเลกุลจำนวนมากอย่างอัตโนมัติ และเทคโนโลยีหาลำดับเบสของ DNA (DNA Sequencing)

รัฐบาลสหรัฐได้วิเคราะห์ว่า ในอนาคตจะต้องเน้นพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพอย่างน้อยใน 3 สาขา ดังนี้

ชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) เพื่อทำให้นักชีววิทยาสามารถออกแบบสิ่งมีชีวิตเพื่อให้มีคุณสมบัติตามต้องการ โดยยกตัวอย่างการพัฒนาให้มีคุณสมบัติผลิตกรดอะคริลิกแบบชีวภาพ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตกาวให้ติดแน่นยิ่งขึ้น สีที่ติดทนทานมากขึ้น แผ่นซึมซับที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามระบบชีววิทยาตามธรรมชาติสลับซับซ้อนมาก จะต้องวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในสาขานี้ให้ดำเนินการง่ายยิ่งขึ้น รวดเร็วขึ้น และสามารถพยากรณ์ผลที่จะได้รับอย่างแม่นยำขึ้น

การศึกษาเกี่ยวกับโปรตีนเชิงลึกในแง่มุมต่างๆ (Proteomics) เนื่องจากโปรตีนเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับโปรตีนจะเป็นประโยชน์มหาศาลในการเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์มากมาย

ชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) เป็นวิทยาการที่ผสมระหว่างชีววิทยากับสารสนเทศศาสตร์ โดยนำเอาความรู้เรื่องจีโนมของมนุษย์ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ปัจจุบันการศึกษาจีโนมทำได้ง่ายกว่าเดิมมาก โดยเอกสารของรัฐบาลสหรัฐได้ระบุว่า เมื่อครั้งศึกษาในครั้งแรกใช้เวลายาวนานถึง 13 ปี มีค่าใช้จ่ายมากมายถึง 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 7,700 เหรียญสหรัฐ เท่านั้น

เพื่อก้าวไปในอนาคต รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศพิมพ์เขียวสู่ชีวเศรษฐกิจแห่งชาติ (Nation Bioeconomy Blueprint) ขึ้นเมื่อเดือน เม.ย. 2555 ที่ผ่านมา ประกอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ 5 ประการ

ประการแรก สนับสนุนวิจัยและพัฒนาเพื่อวางรากฐานชีวเศรษฐกิจในอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาความล้มเหลวของตลาด โดยภาคเอกชนจะไม่ลงทุนวิจัยและพัฒนามากเท่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากไม่สามารถแสวงหาประโยชน์จากเงินลงทุนได้เต็มที่ ดังนั้นรัฐต้องสนับสนุนการวิจัยที่สร้างความรู้และเทคโนโลยีเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถต่อยอดนำมาใช้ประโยชน์ รวมถึงปรับปรุงระบบจัดสรรทุนวิจัยให้สนับสนุนโครงการที่ท้าทายมากขึ้น เพื่อค้นพบเทคโนโลยีใหม่

ประการที่สอง สนับสนุนการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือจาก “หิ้งไปสู่ห้าง” เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณจากภาษีอากรของประชาชนในด้านนี้ให้คุ้มค่า โดยเสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่ระบบนิเวศที่สนับสนุนต่อทั้งการค้นพบเทคโนโลยี นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ประการที่สาม ลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค โดยเฉพาะกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาปรับปรุงการดำเนินการให้การอนุมัติอนุญาตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กฎระเบียบต้องชัดเจนโปร่งใสและไม่ยุ่งยากเป็นภาระต่อภาคเอกชน พร้อมๆ ไปกับการคุ้มครองความปลอดภัยต่อมนุษย์และรักษาสิ่งแวดล้อม

ประการที่สี่ พัฒนาบุคลากรด้านชีวเศรษฐกิจ ปรับปรุงการฝึกอบรมและจูงใจเพื่อให้สถาบันการศึกษาผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (Science, Technology, Engineering, and Math : STEM) สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เนื่องจากเป็นที่ต้องการมาก ปัจจุบันแม้สหรัฐประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ มีอัตราว่างงานสูง แต่ธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลับต้องการบุคลากรจำนวนมาก แต่หาคนมาทำงานไม่ได้ โดยจะต้องสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาในการร่วมกันร่างหลักสูตรการศึกษาและกระตุ้นให้ประชาชนสนใจการศึกษา

ประการที่ห้า พัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเอกชนให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เป็นต้นว่า ความร่วมมือในเทคโนโลยีใหม่ผ่านโครงการหุ้นส่วนการผลิตขั้นก้าวหน้า (Advanced Manufacturing Partnership) รวมถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และผู้ประกอบการใหม่ผ่านโครงการ Startup America Initiative

รัฐบาลสหรัฐฯ เล็งเห็นศักยภาพทางชีวเศรษฐกิจมากมายมหาศาล เช่น เทคโนโลยีชีวภาพด้านอุตสาหกรรม ทั้งในส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ วัสดุชีวภาพ เคมีชีวภาพ และเอ็นไซม์ รวมถึงในส่วนทางการแพทย์ เช่น การใช้โปรตีนรักษาโรคโลหิตจาง โรคหัวใจ และหลอดเลือดในสมองตีบ โดยใช้โปรตีน การใช้แอนตี้บอดี้ป้องกันการเติบโตของมะเร็ง การใช้วัคซีนรักษาโรคมะเร็งในต่อมลูกหมาก ฯลฯ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน