
ดันส่งออกแฟชั่นโต13%
โพสต์ทูเดย์
— ส่งออกแฟชั่นปีนี้คาดโต 13% หนุนเอกชนใช้สิทธิประโยชน์อาเซียน เจเทปานายสุพพัต อ่องแสงคุณผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยในการสัมมนาเรื่อง
“การใช้สิทธิประโยชน์และผลกระทบจาก AFTA ที่มีต่ออุตสาหกรรมแฟชั่น” ว่า สินค้ากลุ่มแฟชั่นที่ประกอบด้วย สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องหนัง คาดว่าปีนี้จะมียอดส่งออกรวมเพิ่มขึ้น913% จากปีที่แล้วส่งออกได้ 1.76 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐขณะที่กลุ่มสิ่งทอจะเพิ่มขึ้น 1012% เครื่องหนัง 0.98% และอัญมณีและเครื่องประดับ 1015% เป็นผลมาจากการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ที่จะเพิ่มมากขึ้นจากประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ ได้ลดภาษีลงเหลือ 0% และผลจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) สำหรับสินค้าผ้าผืนและเส้นด้าย โดยขณะนี้สัดส่วนตลาดใหม่ของไทยเพิ่มจาก 48% เป็น 51.5%
สำหรับการส่งออกสิ่งทอไปตลาดอาเซียนเดือน ม.ค. 2553 มีมูลค่า 547.7 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19.48% มีสัดส่วน 26.47% เครื่องหนังและผลิตภัณฑ์หนังมีมูลค่าส่งออกไปอาเซียน 3,190 ล้านบาท เพิ่ม 56% มีสัดส่วน 17.03% และอัญมณีมีมูลค่า 119.5 ล้านบาท ลดลง 75.33% สัดส่วน 1.06%
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคของผู้ประกอบการในเวลานี้ก็มีเช่นกัน อาทิ ปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ และปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่ง
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าการเปิดเสรีอาฟตาเป็นการสร้างโอกาส ได้แก่ สินค้าประเภทเครื่องประดับเงินที่มีรูปแบบคล้ายเครื่องประดับที่ทำจากทอง เป็นต้น
สำหรับกลุ่มเครื่องหนัง มองว่าการสนับสนุนด้านการตลาด การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ จะทำให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จักในอาเซียนและกลุ่มตลาดเป้าหมายรวมทั้งจะมีลูกค้าสนใจสินค้ามากขึ้น**
“ในกลุ่มสินค้าแฟชั่นมีผู้ประกอบการเริ่มเข้าไปใช้สิทธิประโยชน์จากอาฟตา ซึ่งต้องค่อยเป็นค่อยไป ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปิดเสรีก็ต้องมีบ้าง แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายก็อยู่ในช่วงปรับตัว โดยในอนาคตอาเซียนจะเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่นตั้งแต่ต้นน้ำปลายน้ำ เพราะทุกประเทศมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน การมารวมตัวกันจึงส่งผลดีต่อการผลิต และการส่งออก” นายสุพพัต กล่าว






