
เซ็ปเป้ฯอัด400ล.ยืนแชมป์ฟังก์ชันนัลดริงก์
โพสต์ทูเดย์
— “เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์” ทุ่ม 400 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิต หวังรักษาแชมป์ รับตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์บูม 70% ปีนี้นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัล ฟู้ด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงามตราสินค้า
“เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์” เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทเตรียมงบลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 430 ล้านบาท แบ่งเป็น 200300 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตสินค้าเพิ่ม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะดำเนินการผลิตเองหรือว่าจ้างให้ผลิตสินค้า จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 6 ล้านขวดต่อเดือน ที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 6 ล้านขวดต่อเดือน และว่าจ้างผลิตสินค้าเพิ่มให้อีก 4 ล้านขวดต่อเดือน รวมเป็น 10 ล้านขวดต่อเดือน เพื่อรองรับยอดขายสินค้าที่เติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงหน้าร้อนนี้สำหรับงบอีก 130 ล้านบาท จะจัดกิจกรรมทางการตลาดและจัดรายการส่งเสริมการขายร่วมกับผู้บริโภค หรือคอนซูเมอร์ โปรโมชัน เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังสินค้าดังกล่าวทำตลาดมานานร่วม 3ปี ล่าสุดได้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาทจัดแคมเปญใหญ่ ภายใต้ชื่อ
“บิวติ ดริ้งค์ รวยตลอดชาติ” พร้อมร่วมกับ รายการ ชิงร้อยชิงล้าน แจกรางวัญใหญ่สูงสุด 20 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ อีก 100 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. ถึง 20 เม.ย.นี้ทั้งนี้ การทำแคมเปญต่างๆ เพื่อขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่มจากกลุ่มผู้หญิง โดยมีสินค้าหลัก 5 รายการ คือ คอลลาเจน ไฟเบอร์ คิวเท็น คลอโลฟิลด์ และกลูตาไธโอน และเตรียมเปิดตัว 2 สินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์เซ็ปเป้ในเร็วๆ นี้ อาทิ เซ็ปเป้ สมาร์ตี ดริ้งค์ เพื่อขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าผู้ชายมากขึ้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวเพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาความเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งกว่า 60% ในตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะโต 70% ซึ่งเป็นสัดส่วนเดียวกับยอดขายเครื่องดื่มดังกล่าวของบริษัท
พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนขยายการทำตลาดในยุโรป โดยเตรียมร่วมทุนกับพันธมิตรประเทศสโลวาเกีย ตั้งฐานผลิตสินค้าและตั้งสำนักงานประจำภูมิภาค เพื่อดูแลการทำตลาดและขายใน 30 ประเทศกลุ่มยุโรป จากปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศ 2030% โดยปีนี้คาดมียอดขายรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ 1,700 ล้านบาท ที่เหลือเป็นสินค้าแบรนด์อื่นๆ โดยปีที่แล้วมียอดขาย 1,300 ล้านบาท







