
บี.ซี.พี.โอดบ้านมือสองโซนอุทกภัยวูบ40%
บี.ซี.พี.เฮ้าส์ซิ่งโอดบ้านมือสองโซนรังสิตตะวันตก ยอดขายไตรมาสแรกฮวบ 40% หลังโดนน้ำท่วมหนัก
บี.ซี.พี.เฮ้าส์ซิ่งโอดบ้านมือสองโซนรังสิตตะวันตก ยอดขายไตรมาสแรกฮวบ 40% หลังโดนน้ำท่วมหนัก
นายสมศักดิ์ ชุติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.ซี.พี.เฮ้าส์ บริษัทนายหน้าซื้อขายบ้านมือสอง เปิดเผยว่า ผลจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีก่อนส่งผลกระทบกับยอดขายบ้านมือสองของบริษัท ในไตรมาสแรกของปีนี้ต่ำกว่าเป้าเมื่อเทียบกับปีช่วงเดียวกันของปีก่อน 40%
ทั้งนี้ เนื่องจากลูกค้าชะลอการซื้อบ้านในโซนรังสิตและตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ระดับราคา 1-3 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 2 สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แม้ว่าจะมีวันหยุดมากก็ตาม คาดว่ายอดขายจะต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 10%
จากการพิจารณาจากทำเลที่โดนน้ำท่วมนั้น พบว่าคนที่เคยซื้อบ้านมือสองไม่ได้ย้ายทำเลหนีไปซื้อทำเลอื่น เห็นได้จากย่านบางบัวทอง เพราะส่วนใหญ่เห็นว่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจะก่อสร้างเสร็จในปี 2558 และจากการสำรวจพบว่าผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจว่าเหตุการณ์น้ำท่วมนั้นจะไม่เกิดซ้ำในปีนี้
“สิ่งที่มาฉุดกำลังซื้อคือ ค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น แม้ว่ารายได้จะมีการขยับขึ้นสูงขึ้นก็ตาม ประกอบกับบ้านมือสองไม่มีมาตรการจากภาครัฐออกมาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ทำให้ตลาดซบเซา” นายสมศักดิ์ กล่าว
สำหรับในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายรวม 800 ล้านบาท เฉลี่ยเป็นบ้านระดับราคา 3 ล้านบาท จำนวนเฉลี่ย 300 หลัง แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 70% ทาวน์เฮาส์ 20% และคอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่า 10% จากปีก่อนที่บริษัทมียอดขายรวม 1,000 ล้านบาท
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตลาดบ้านมือสองมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่การขายบ้านมือสองส่วนใหญ่อยู่ในมือตัวแทนจำหน่ายรายย่อย จึงไม่มีการเก็บตัวเลขที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่าตลาดทาวน์เฮาส์ระดับราคา 1-2 ล้านบาท ในชานเมืองซบเซาลงอย่างมาก
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ผู้คนจะขยับเข้าไปอยู่ในเมืองมากขึ้น หากยังไม่มีครอบครัวจะหันไปเลือกซื้อคอนโดมิเนียม ส่วนคนที่มีครอบครัวและมีลูกแล้วจะให้เริ่มพิจารณาซื้อบ้านมือสอง แต่บ้านระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อยูนิต นั้นกำลังซื้อยังมีค่อนข้างจำกัด







