
ยรรยงเดิมพันเก้าอี้ยันพณ.ไม่บิดเบือนข้อมูล
"ยรรยง"เดิมพันตำแหน่ง ท้าประชาธิปปัตย์ ชี้แจงข้อมูลราคาสินค้าที่แท้จริง พิสูจน์พาณิชย์ไม่ได้บิดเบือน พร้อมไขลานวอร์รูมดูแลสินค้าเข้มข้น
"ยรรยง"เดิมพันตำแหน่ง ท้าประชาธิปปัตย์ ชี้แจงข้อมูลราคาสินค้าที่แท้จริง พิสูจน์พาณิชย์ไม่ได้บิดเบือน พร้อมไขลานวอร์รูมดูแลสินค้าเข้มข้น
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ต้องการเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาปลดนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำหน้าที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการเสนอข้อมูลสินค้าแพงทั้งแผ่นดิน เพราะความเป็นจริงมีทั้งสินค้าทั้งถูกและแพง จึงอยากให้มีการระบุที่ชัดเจนว่าสินค้าชนิดไหนที่ราคาปรับสูงขึ้น ไปสำรวจที่ไหน และคนสำรวจมีความรู้ด้านการสำรวจราคาหรือไม่ เคยจ่ายตลาดมาก่อนหรือเปล่า เช่น ถั่วฝักยาวที่บอกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท เป็นของเดือนพ.ค.2555 แต่กลับนำตัวเลขเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว มาเทียบจนทำให้สังคมสับสน
"ผมพร้อมจะเดิมพันด้วยตำแหน่งปลัดของผม ถึงแม้เดิมพันของเค้าจะน้อยกว่า เพราะเค้าไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ท้าเลยถ้ามีข้อมูลว่า พาณิชย์ทำข้อมูลเท็จ หรือผมทำข้อมูลเอาใจการเมืองก็เปิดเผยมา หรือแจ้งต่อสาธาณชนได้ และที่ผ่านมาสมัยที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ก็เป็นเครื่องไม้เครื่องมือช่วยแก้ปัญหาของแพงมาตลอด น้ำมันปาล์มขาดแคลน หรือทำไข่ชั่งกิโลขาย แต่ที่พูดนี้ไม่ได้ทวงบุญคุณ แต่เพียงไม่อยากให้เรียกร้องเกินเลยไป"นายยรรยง กล่าวว่า
ด้านการดำเนินการแก้ปัญหาของแพงกระทรวงพาณิชย์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการเพิ่มการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการกำกับดูแลราคาสินค้า (วอร์รูม) ให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 20 รายการ เช่น สบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก เป็นต้น พร้อมมี รมว.พาณิชย์ เป็นประธานกำกับดูแลเอง เพื่อให้เก็บข้อมูลที่ทันสมัย และสามารถนำของกรมการค้าภายใน กับสำนักดัชนีราคาสินค้า เชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลภาคประชาชน และธุรกิจ หากมีสินค้าใดที่มีแนวโน้มปรับราคาสูงกว่าปกติ หรือเสี่ยงจะขาดแคลน ต้องกำหนดมาตรการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
สำหรับราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้น ทั้งที่ต้นทุนอาหารสด และเครื่องประกอบอาหารถูกลง จากการสำรวจเห็นว่าราคาอาหารจานด่วนส่วนใหญ่ยังขาย 30-35 บาท ยกเว้นห้างสรรพสินค้าหรือร้านหรูหราที่ราคาอาจแพงบ้าง แต่ยอมรับว่า การใช้มาตรการไปบังคับเข้มงวดคงทำลำบากเพราะผู้ค้าส่วนใหญ่เป็นรายย่อย และกระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่นักเลงจะไปบังคับให้ลงได้ทันที ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหาจะเน้นการดูแลกลไกตลาด สร้างทางเลือกอาหารราคาถูกแก่ผู้บริโภค เช่น ผ่านร้านมิตรธงฟ้าที่มี 5,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงร้านถูกใจซึ่งมีผู้สมัคร 5,800 ราย และเปิดให้บริการแล้ว 50 ราย
“กระทรวงพาณิชย์พยายามจะหามาตรการเพิ่มเติมออกมากำกับดูแล เพราะเราก็เป็นห่วงปัญหาอาหารแพง และอาจกระทบต่อเงินเฟ้อได้ เช่น การนำข้าวถุงของรัฐบาล 3 หมื่นตันมาขายราคาถูกแก่แม่ค้า รวมถึงเสนอให้ ครม.พิจารณาข้อมูลราคาสินค้าเพื่อนำไปแก้ไขค่าครองชีพแบบบูรณาการ”
ขณะนี้ แนวโน้มเงินเฟ้อ หากเฉลี่ยทั้งปีอยู่ระดับ 3-4% ถือว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับการเติบโตจีดีพีประเทศที่ 6.5-7% เพราะถือเป็นเงินเฟ้อระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน ส่วนในวันที่ 11 พ.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีจะมาเป็นประธานในการประชุมปลัดกระทรวง ที่กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีการหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชนด้วย







