
พิษต้นทุนทุบรับเหมาเจ๊ง
ค่าจ้างวัสดุดันราคาพุ่ง10%รายเล็กสายป่านขาดปิดตัวอื้อ
ค่าจ้างวัสดุดันราคาพุ่ง10%รายเล็กสายป่านขาดปิดตัวอื้อ
เผยรับเหมาก่อสร้างรายย่อยปิดตัวเพียบ หลังเจอพิษค่าจ้างวัสดุก่อสร้างขยับ พรีบิลท์ ชี้ต้นทุนก่อสร้างขยับ 10%
นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ เปิดเผยว่า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปีนี้แข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมารายย่อยจำนวนมากต้องปิดกิจการลง เพราะไม่สามารถแข่งขันเพื่อรับงานกับผู้รับเหมารายกลางและรายใหญ่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างปรับขึ้นกว่า 7-10% จากค่าจ้างและต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้น
“บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายเล็กเกิดขึ้นง่ายก็ตายง่าย เนื่องจากต้องเผชิญต้นทุนการก่อสร้างและสายป่านในการก่อสร้างที่สั้นกว่าบริษัทรับเหมารายกลางและรายใหญ่ รวมไปถึงการใช้เครดิตกับสถาบันการเงินค่อนข้างลำบาก จึงทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หันมาเลือกใช้บริษัทที่มีความสามารถในการรับงานมากกว่า” นายวิโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ รายงานการจดทะเบียนบริษัทของกระทรวงพาณิชย์ พบว่ามีนิติบุคคลจดทะเบียนที่เลิกกิจการทั่วประเทศในเดือน มี.ค. 2555 จำนวน 923 ราย เพิ่มสูงถึง 104% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. 2554 และเมื่อรวม 3 เดือนแรกของปีนี้มีบริษัทแจ้งเลิกกิจการแล้ว 2,787 ราย เพิ่มขึ้น 96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจที่มีการแจ้งเลิกกิจการมากที่สุด คือ กลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือคิดเป็นมูลค่า 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานเก่า 2,400 ล้านบาท ที่เหลือเป็นงานใหม่ มีทั้งการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ก่อสร้างและปรับปรุงโรงงาน และยังอยู่ในระหว่างการรอประมูลงานก่อสร้างใหม่อีกประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมประมาณ 56 โครงการ มีทั้งโครงการประเภทคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานและโรงงาน ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดตามหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น หัวหิน พัทยา เป็นต้น
“การที่ปีนี้มีงานเข้ามาในมือมาก จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มแรงงานฝีมือด้วย จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 3,000 คน จะเพิ่มอีกเป็น 4,000 คน และแม้ว่าจะมีงานเข้ามามาก แต่ต้นทุนการก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ขณะที่ต้นทุนการพัฒนาโครงการเองก็จะเพิ่มสูงกว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับมูลค่างานแต่ละโครงการ เพราะงานก่อสร้างจะเป็นต้นทุนของโครงการทั้งหมดประมาณ 70%” นายวิโรจน์ กล่าว
สำหรับเป้ารายได้ของบริษัทในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมที่ 3,700 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท และภายในระยะเวลา 3-4 ปี บริษัทตั้งเป้าจะมีรายได้รวมประมาณ 7,000-1 หมื่นล้านบาท หรือมีการเติบโตปีละ 18% ขึ้นไปขณะที่แผนการดำเนินงาน ของบริษัท บิลท์ แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโครงการอสังหาฯ ภายใต้แบรนด์ “เดอะ เทมโป” ที่เน้นการพัฒนาโครงการประเภทคอนโดฯย่านใจกลางกทม. ใกล้แนวรถไฟฟ้า จะเป็นไปตามแผนที่วางเป้าไว้ โดยที่ดินที่พัฒนาโครงการในปีนี้ได้ดำเนินการพัฒนาขึ้นมาครบหมดแล้วรวม 5 โครงการ ปัจจุบันมีสินค้ารอรับรายได้อีกประมาณ 1,200 ล้านบาท







