
เอกชนชี้ล้มเหล็กต้นน้ำเท่ากับหยุดพัฒนาอุตสาหกรรม
เอกชนอัดรัฐล้มโครงการเหล็กต้นน้ำ กระทบการพัฒนาอุตสาหกรรม และขัดต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์และอาหาร
เอกชนอัดรัฐล้มโครงการเหล็กต้นน้ำ กระทบการพัฒนาอุตสาหกรรม และขัดต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์และอาหาร
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า โครงการเหล็กต้นน้ำเป็นโครงการที่เอกชนผลักดันมานาน เนื่องจากอุตสาหกรรมหลายประเภทต้องพึ่งพาการใช้เหล็ก แต่การที่รัฐบาลให้กลับไปศึกษาใหม่ จึงดูขัดต่อนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมให้ไทยเป็นหนึ่งด้านการส่งออกรถยนต์และอาหาร ที่ต้องการใช้เหล็กเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตได้ในอนาคต
ทั้งนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ และอาหารกระป๋อง ต้องนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากต่อปี ซึ่งในอนาคตถ้าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะพัฒนาเพิ่มขึ้นไป ความต้องการเหล็กก็จะสูงขึ้นมากกว่านี้ ขณะที่จีน สามารถผลิตเหล็กเองได้ ส่วนเวียดนามน่าจะมีเหล็กต้นน้ำในอนาคต สินค้าของไทยจึงจะแข่งขันได้ยากขึ้น
“หากต้นทุนการผลิตต่างกัน 10% สินค้าก็ขายไม่ได้แล้ว มูลค่าเพิ่มในประเทศก็ไม่เกิด ในปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็สามารถควบคุมมลพิษได้แล้ว แต่ปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นกระแสที่อยู่ในความสนใจของประชาชน รัฐบาลจึงต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจมากขึ้นกว่านี้” นายธนิต กล่าว
หลังจากนี้เมื่อนโยบายรัฐบาลไม่เอา เอกชนก็คงจบเหมือนกัน โครงการจากต่างประเทศที่สนใจมาลงทุนเหล็กต้นน้ำในไทยคงต้องไปมองหาพื้นที่อื่น เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการเสียโอกาสในการรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ที่จะเข้ามาลงทุนตามอุตสาหกรรมพื้นฐาน







