
แอร์ยิ้มรัฐไม่ขึ้นภาษีปีนี้โต30%
กลุ่มเครื่องปรับอากาศมีลุ้นได้เฮ หลังกรมสรรพสามิตยังรอนโยบายจากรัฐ คาดปีนี้ตลาดแอร์โต 25-30%
กลุ่มเครื่องปรับอากาศมีลุ้นได้เฮ หลังกรมสรรพสามิตยังรอนโยบายจากรัฐ คาดปีนี้ตลาดแอร์โต 25-30%
นางจินตนา ศิริสันธนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังเข้าชี้แจงต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต เพื่อคัดค้านการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศในอัตรา 15% เท่าเดิมจากปัจจุบันที่เว้นการเก็บภาษีเหลือ 0% ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี เพราะอธิบดีกรมสรรพสามิตชี้แจงว่า เรื่องนี้ต้องรอนโยบายจากรัฐบาล กรมมีหน้าที่ปฏิบัติตาม จึงต้องศึกษาเตรียมไว้เท่านั้น
ทั้งนี้ คาดว่าหากยังไม่มีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในช่วงนี้ จะทำให้ตลาดเครื่องปรับอากาศปีนี้โตประมาณ 25-30% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีอัตราเติบโตเพียง 10%
ขณะเดียวกันหากรัฐบาลมีนโยบายให้กลับมาเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศในอัตราเดิม 15% จะทำให้ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศปีนี้สะดุดและชะลอตัวลง ทั้งยังอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่ขณะนี้เริ่มฟื้นตัวได้จากยอดขายเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขั้น ต้องทยอยออกจากตลาดไป เพราะรับภาระจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาและยังเจอภาระค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทตามนโยบายรัฐบาลด้วย
“หวังว่ารัฐบาลจะเข้าใจและไม่ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแอร์ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมค่าครองชีพผู้บริโภคในช่วงนี้ ที่พอมีกำลังในการซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน” นางจินตนา กล่าว
หากรัฐบาลมีนโยบายกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศในอัตรา 15% เท่าเดิม จากปัจจุบันที่ยกเว้นการเก็บภาษีในอัตรา 0% ก็จะทำให้ราคาเครื่องปรับอากาศปรับราคาขึ้นประมาณ 1.3-2 หมื่นบาทต่อเครื่อง หรือราคาปรับเพิ่มขึ้น 15-30%
“การขึ้นภาษีสรรพสามิตจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 90% ว่าจ้างแรงงานนับแสนคน และการส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่า 3.76 แสนล้านบาทด้วย” นางจินตนา กล่าว







