
วิกฤตเป็นโอกาสช่วงป่วน
โดย...แฟมิลี่ โนฮาว
โดย...แฟมิลี่ โนฮาว
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : นี่ขนาดเรามีหุ้นปันผลเยอะๆ ยังรู้สึกหวั่นไหวเลย แล้วคนที่ไม่มีหุ้นปันผลจะเป็นยังงัย
โนฮาว : คงลุ้นทุกนาทีว่าหุ้นที่ลงไปนั้นจะเป็นยังงัย แต่ยังมีคนอีกกลุ่มนะที่มองว่าเวลามีวิกฤตย่อมเป็นโอกาส
ปูกะตอย : ยังงัย
โนฮาว : บลจ.บัวหลวง ได้แนะนำว่า อย่างแรกให้ตั้งสติเป็นสิ่งแรกที่ควรกระทำ การมีสติทำให้ไม่ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ของตลาดจนเกินควร จนถึงขั้นอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด และนำมาสู่ความเสียหายมากกว่าเดิมได้
ปูกะตอย : จัดมา
โนฮาว : หลังจากที่ใช้เวลาไปกับการลงทุน ก็ได้เวลาแล้วที่ควรตรวจสอบสถานะของพอร์ตตัวเองว่าขาดทุนหรือได้กำไรเท่าไหร่ และหากขาดทุนส่วนใดของพอร์ตที่มูลค่าปรับตัวลดลงสูงสุด รวมถึงดูว่าการลงทุนของเราสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แต่แรกหรือไม่ จากนั้นให้ดูว่าถึงแม้ว่าตลาดจะเกิดความผันผวน แต่ให้ถือว่าเป็นโอกาสที่จะกลับมามองในจุดเริ่มต้นของตนเอง คือ วัตถุประสงค์ในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะเวลาการลงทุน ผลตอบแทนคาดการณ์ รวมถึงระดับการยอมรับความเสี่ยงของตนเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในวัตถุประสงค์การลงทุนไม่ควรมาจากความผันผวนในระยะสั้นของตลาด แต่ควรมาจากปัจจัยจากตัวเราเอง เช่น ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น ระยะเวลาในการลงทุนเปลี่ยนแปลงไป
ปูกะตอย : จัดมาอีก
โนฮาว : หากดูแล้วว่าการลงทุนในปัจจุบันของเราไม่ตรงกับวัตถุประสงค์การลงทุนตามที่ตั้งใจไว้ ถึงเวลาแล้วที่จะปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุน สิ่งที่สำคัญมากที่ควรระลึกถึงในการปรับเปลี่ยนพอร์ต คือ การกระจายการลงทุน และการเผื่อสภาพคล่องให้เพียงพอสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน
ปูกะตอย : มีอีกมั้ย
โนฮาว : ช่วงผันผวนถือเป็นการทดสอบสภาวะจิตใจ คือ พยายามอย่าปล่อยให้อารมณ์หรืออคติอยู่เหนือเหตุผลในการตัดสินใจลงทุน นอกจากนั้นการขายเพื่อหยุดการขาดทุนเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เป็นการยอมรับสิ่งที่ตนเองตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งมักจะตรงข้ามกับลักษณะนิสัยของคนเราที่ชอบโทษสิ่งอื่นๆ เช่น ดวง ให้ถือเสียว่ายิ่งเรายอมรับความผิดพลาดนี้ได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเงินมาลงทุนใหม่เร็วเท่านั้น ซึ่งการลงทุนครั้งใหม่นี้อาจสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าเดิมก็เป็นได้







