posttoday
‘ญี่ปุ่น’ให้กู้น้ำท่วม

‘ญี่ปุ่น’ให้กู้น้ำท่วม

20 เมษายน 2555

11แบงก์ปล่อยกู้ซอฟต์โลนผ่านกสิกรวงเงิน2.8พันล้าน

11แบงก์ปล่อยกู้ซอฟต์โลนผ่านกสิกรวงเงิน2.8พันล้าน

กสิกรไทยจับมือเจบิกและ 11 แบงก์ญี่ปุ่น ปล่อยซอฟต์โลนวงเงิน 2,800 ล้านบาท ดอกเบี้ย 45% ต่อปี ช่วยธุรกิจไทยญี่ปุ่นโดนน้ำท่วมฟื้นตัว

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมกับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) และธนาคารท้องถิ่นญี่ปุ่นอีก 11 แห่ง ให้การสนับสนุนสินเชื่อระยะยาวสูงสุด 7 ปี วงเงินกู้ 2,800 ล้านบาท หรือ 7,500 ล้านเยน

สินเชื่อดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบทูสเต็ป โลน ผ่านธนาคารกสิกรไทย ในอัตราดอกเบี้ย 45% ต่อปี ปีแรกคิดดอกเบี้ย 0% ให้วงเงินสูงสุด 190 ล้านบาทต่อราย

ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิขอรับสินเชื่อดังกล่าว ได้แก่ ผู้ประกอบการญี่ปุ่นในไทย ผู้ประกอบการที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งบริษัทแม่ในญี่ปุ่นมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000 ล้านเยน หรือผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับหรือเป็นซัพพลายเชนผู้ประกอบการญี่ปุ่น

“เงื่อนไขของซอฟต์โลนครั้งนี้ถือว่ายืดหยุ่นและเปิดกว้างมาก แค่ค้าขายกับญี่ปุ่น หรือมีญี่ปุ่นหุ้นแค่ 1 หุ้นก็ได้แล้ว ต่างจากของแบงก์ชาติ จึงคาดว่าวงเงินที่ได้มาน่าจะหมดภายในสิ้นปีนี้ และจะเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย” นายบัณฑูร กล่าว

นายบัณฑูร กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสินเชื่อในไตรมาสแรกของธนาคารจะเติบโตได้เพียง 0.8% แต่ยังเชื่อว่าทั้งปีจะเติบโตได้ตามเป้าที่ 89%

อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและความขัดแย้งทางการเมือง

“เศรษฐกิจขณะนี้เริ่มมีความสมดุลแล้ว หากไม่สะดุดน่าจะโตได้ 5% แต่การเมืองยังไม่สมดุล เรายังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุคนตีกันบนถนน รวมถึงภัยพิบัติอย่างน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ดังนั้นธุรกิจควรเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา” นายบัณฑูร กล่าว

นายคาซูโอะ ยูฮาระ ประธานกรรมการผู้บริหารเจบิก กล่าวว่า ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นและไทยจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม

“หากมีสถาบันการเงินไทยรายอื่นร้องขอความร่วมมือเข้ามา เจบิกก็พร้อมจะพิจารณาต่อไปในอนาคต” นายยูฮาระ กล่าว

สำหรับวงเงินกู้ 2,800 ล้านบาทดังกล่าว เป็นเงินทุนที่ได้รับจัดสรรจากเจบิก 60% ส่วนอีก 40% เป็นเงินทุนที่ได้รับจัดสรรจากธนาคารท้องถิ่นญี่ปุ่น 11 แห่ง ได้แก่ The Bank of TokyoMitsubishi UFJ, The Hokuto Bank, The Shonai Bank, The Toho Bank, The Hachijuni Bank, The Shizuoka Bank, The Bank of Kyoto, The Chugoku Bank, The Hiroshima Bank, The Bank of Fukuoka และ The Higo Bank

สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์

สำหรับพื้นที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่มีธุรกิจญี่ปุ่นดำเนินการอยู่จำนวนมาก โดยผู้ประกอบการญี่ปุ่นในไทยและเป็นลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 1,800 บริษัท ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง 300 บริษัท จากจำนวนธุรกิจญี่ปุ่นที่มีบริษัทแม่เป็นเอสเอ็มอีในญี่ปุ่น ที่มีการลงทุนในไทยมีจำนวนทั้งสิ้นราว 3,200 บริษัท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ