
"เถ้าแก่น้อย"ขึ้นชั้นเอเชีย
เถ้าแก่น้อย ขึ้นชั้นรีจินัลแบรนด์ ชี้นีลเส็นระบุเป็นแชมป์สาหร่ายเอเชีย ลั่นปลายปีร่วมพันธมิตรใหม่บุกตลาดกว่างโจว
เถ้าแก่น้อย ขึ้นชั้นรีจินัลแบรนด์ ชี้นีลเส็นระบุเป็นแชมป์สาหร่ายเอเชีย ลั่นปลายปีร่วมพันธมิตรใหม่บุกตลาดกว่างโจว
นายอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและทำตลาดขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ตรา “เถ้าแก่น้อย” เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจบริษัทนับจากนี้ จะมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ยิ่งขึ้น จากปัจจุบันสินค้าเป็นที่รู้จักในตลาดภูมิภาคเอเชีย หรือรีจินัลแบรนด์ หลังทำตลาดมานาน 7 ปี
จากการสำรวจของ เอ.ซี.นีลเส็น บริษัทผู้วิจัยตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ระบุว่า แบรนด์เถ้าแก่น้อยครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ในตลาดสินค้าสแน็กหมวดสาหร่ายในเอเชียตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน จากที่บริษัททำตลาดไปยังภูมิภาคนี้ อาทิ ฮ่องกง โดยไตรมาส 3-4 ปีนี้ บริษัทเตรียมแผนขยายตลาดไปยังเมืองกว่างโจว ประเทศจีน โดยร่วมกับพันธมิตรด้านช่องทางการจำหน่าย
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการทำตลาดสาหร่ายเถ้าแก่น้อยในอาเซียนหลังเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่ยังต้องระวังการเข้ามาของสินค้าสาหร่ายราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย ที่อาจทะลักเข้ามาทำตลาดในไทยเช่นกัน
สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ บริษัทได้พัฒนาสินค้าสาหร่ายเถ้าแก่น้อยในรูปแบบสาหร่ายชิป เข้ามาทำตลาดเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จากก่อนหน้าทำตลาดสาหร่ายเถ้าแก่น้อยแบบอย่าง และได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยใช้สายการผลิตสินค้าเดิมที่มีอยู่ เนื่องจากปีนี้บริษัทไม่มีแผนขยายลงทุนผลิต
บริษัทจะใช้วิธีเพิ่มรอบการทำงานของพนักงานฝ่ายผลิตในโรงงานที่ตั้งอยู่ใน จ.ปทุมธานี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าต่อวันทดแทน ขณะที่นโยบายการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันของรัฐบาล มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่กระทบ เพราะบริษัทได้ปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับอัตราใหม่ไปแล้ว
ขณะที่งบลงทุนปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 120 ล้านบาท แบ่งเป็น 20 ล้านบาท สำหรับขยายร้านสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์เพิ่ม 10 แห่ง ล่าสุดเปิดร้านสาขาที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่พนักงาน ปัจจุบันเปิดให้บริการสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์ 20 แห่ง คาดว่าสิ้นปีจะเปิดให้บริการราว 30 แห่ง โดยบริษัททำตลาดผ่านช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) สัดส่วน 95% ร้านค้าปลีกดั้งเดิม (เทรดดิชันแนลเทรด) 5% ส่วนงบอีก 100 ล้านบาท ใช้ทำกิจกรรมตลาดภายใต้แคมเปญโปรโมชันต่างๆ ตลอดทั้งปี
ปัจจุบันตลาดสแน็กหมวดสาหร่ายโตสูงต่อเนื่องช่วง 12 ปีที่ผ่านมา จาก 1,500 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท เถ้าแก่น้อยมีส่วนแบ่งกว่า 70% ด้านยอดขายรวมบริษัทปีนี้ตั้งเป้าเพิ่ม 10-15% เป็น 2,000 ล้านบาท







