posttoday
ออนไลน์คึกคัก ไทย-เทศขยายตลาด

ออนไลน์คึกคัก ไทย-เทศขยายตลาด

17 เมษายน 2555

เมื่อพิจารณาถึงการขยายตัวของตลาดการค้าออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ

เมื่อพิจารณาถึงการขยายตัวของตลาดการค้าออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ

ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) ธุรกิจต่อคนทั่วไป (บีทูซี) หรือรายย่อยขายกันเอง (ซีทูซี) สิ่งที่ชัดเจนคือ มีผู้ประกอบการเข้ามาในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเห็นแล้วว่า สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ขอแค่มีไอเดียทางการค้า ก็สามารถชิมลางได้ทันทีว่าสินค้านั้นมีความต้องการมากน้อยแค่ไหน

ยิ่งมีเครื่องมือให้เลือกหลากหลายทั้งทางโซเชียลมีเดีย ที่อาศัยการบอกต่อแบบไวรัลในสังคมออนไลน์ การใช้กูเกิลเป็นการตลาดแบบเสิร์ชเอนจิน หรือการใช้มาร์เก็ตเพลส เช่น ตลาดดอทคอม วีเลิฟช็อปปิ้ง ยังไม่นับรวมเว็บไซต์เฉพาะทางอีกสารพัดราย ทำให้การทำอีคอมเมิร์ซแบบ บีทูซี และซีทูซี คึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่ามูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ tarad.com กล่าวว่า การมีราคุเท็นเข้ามาร่วมถือหุ้นด้วย ทำให้ตลาดดอทคอมพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ มากขึ้นในการให้บริการร้านค้าต่างๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ทำให้ร้านค้าออนไลน์สามารถเพิ่มยอดขาย และขยายธุรกิจไปกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในต่างประเทศได้อีกด้วย และยังมีช่องทางการค้ารูปแบบใหม่ คือ บีทูบีทูซี หรือธุรกิจกับธุรกิจกับผู้บริโภค ให้อิสระมากขึ้นกับผู้ประกอบการธุรกิจในการติดต่อกับลูกค้า ทำให้จำนวนผู้ประกอบการในตลาดดอทคอมเพิ่มขึ้น 110% มียอดเติบโตต่อปีมากกว่า 200%

ออนไลน์คึกคัก ไทย-เทศขยายตลาด

 

“เป้าหมายของตลาดดอทคอม ต้องเพิ่มสมาชิกเว็บไซต์เป็น 3 ล้านราย จากปัจจุบันราว 2 ล้านราย และมียอดผู้ประกอบการร้านค้าระดับพรีเมียมเพิ่มเป็น 2,000 รายจากเดิม 1,600 รายภายในปีนี้ซึ่งเป็นผลจากการปรับโมเดลการขายที่เน้นร้านค้าพรีเมียม หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมกระตุ้นยอดขายให้ลูกค้าจากเดิมที่เปิดเป็นแบบพลาซ่า หรือหน้าร้านบนเว็บที่ลูกค้าดูแลเอง” ภาวุธ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางแผนคัดเลือกร้านค้าเพื่อต่อยอดขายในเครือข่ายเว็บไซต์ของราคูเท็นใน 14 ประเทศ รวมตลาดในอาเซียนซึ่งจะถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กที่จะมีช่องทางเติบโตใหม่ๆ อีกทั้งช่วงไตรมาส 2 นี้จะเริ่มรุกตลาดโมบาย คอมเมิร์ซ ซึ่งที่ผ่านมาทำตลาดมา 2 ปี รองรับระบบไอโอเอส แอนดรอยด์ และแบล็คเบอร์รี่ แต่ยังมีสัดส่วนประมาณ 1% ต่อไปทำให้ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ยังไม่ได้นับถึงธุรกิจอีกจำนวนไม่น้อยที่เปิดเว็บไซต์ส่วนตัวขึ้นเพื่อสร้างการค้าผ่านออนไลน์ พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย ของกูเกิล กล่าวว่า กูเกิลมีโครงการธุรกิจโลกออนไลน์ ที่มีผู้ประกอบเอสเอ็มอีนับหมื่นรายทยอยเปิดเว็บไซต์เพื่อเตรียมค้าขายผ่านโลกอินเทอร์เน็ต และยังมีจำนวนเอสเอ็มอีอีกมากที่ยังไม่มีเว็บไซต์ เพราะจากฐานข้อมูลเอสเอ็มอีไทยมีมากกว่า 2 ล้านราย ซึ่งเว็บไซต์จะเป็นตัวเปิดตลาดไปทั่วโลกไม่ได้จำกัดเฉพาะประเทศไทย รวมถึงการค้าออนไลน์ได้รับความเชื่อถือมากขึ้น จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ส่วนของ อี-คอมเมิร์ซ แบบบีทูบีนั้น ได้มีการรวบรวมผู้ประกอบการธุรกิจสำหรับลูกค้าองค์กร โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ อีซีไอที เป็นมาร์เก็ตเพลสให้ลูกค้าองค์กรได้มีโอกาสเจอ ได้เปรียบเทียบข้อเสนอและราคา และตัดสินใจซื้อ สร้างการตลาด อี-คอมเมิร์ซขนาดใหญ่ และยังเป็นการสร้างระบบไอทีให้เกิดขึ้นระหว่างผู้ประกอบการทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 และยังคงพัฒนาระบบอยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยในปีนี้ ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจเข้ามาร่วมงานมากขึ้น โดยในแต่ละปีที่ดำเนินการโครงการมีเม็ดเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาท

การเติบโตของตลาดแบบบีทูบี ถือเป็นมูลค่ามหาศาล และดึงให้เว็บไซต์ต่างประเทศหลายรายสนใจเข้ามาเปิดบริการในประเทศไทย อีกทั้งยังดึงธุรกิจไทยไปเป็นแหล่งวัตถุดิบราคาต่ำด้วย เช่น เอ็มเอฟจีดอทคอม ตลาดออนไลน์สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอเมริกาและยุโรป ได้มาเปิดเว็บไซต์ในประเทศไทยเพื่อขยายโอกาสในการทำธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าผู้ซื้อสินค้าอุตสาห กรรมในอเมริกาและยุโรป สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น

มิทช์ ฟรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง เอ็มเอฟจีดอทคอม กล่าวว่า เป้าหมายในปีแรก จะหาบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศไทย 100 บริษัท ที่มีศักยภาพในการผลิตที่มีคุณภาพ สามารถติดต่องานเป็นภาษาอังกฤษและส่งออกได้ เป็นกลุ่มบริษัทแรก คาดว่าในปีแรกจะสร้างมูลค่าการซื้อขายสินค้าอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ และหากสร้างชื่อเสียงได้ดี มีโอกาสสูงที่จะได้งานในปีต่อไป รวมถึงยังเปิดโอกาสให้บริษัทใหม่ๆ ของไทยเข้ามาทำตลาดเพิ่มได้

ทำให้ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซปีนี้ จะเห็นการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาด 8.4 หมื่นล้านบาทจากปีก่อนหน้า 6.7 หมื่นล้านบาท โดยจะเห็นคนไทยเคยซื้อของออนไลน์เพิ่มมากขึ้น 57.2%

มีความเป็นไปได้ว่าต่อไปจะเห็นธุรกิจบนเว็บไซต์มีลักษณะเป็น เรดโอเชียน มากขึ้น การแข่งขันสูงขึ้น โปรโมชันแรงๆ ออกมาดึงดูดใจ เรียกว่าผลประโยชน์ก็เกิดกับผู้ซื้อเป็นหลัก

แต่ปัจจัยสำคัญคือ ต้องมีอินเทอร์เน็ตกระจายไปทั่วประเทศให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรสามารถเข้าถึงได้ นั่นแหละที่จะทำให้ อี-คอมเมิร์ซ เติบโต ได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ