posttoday
รัฐจ่อเซ็นร่วมมือศก.จีน

รัฐจ่อเซ็นร่วมมือศก.จีน

13 เมษายน 2555

ขยายการค้าลงทุนท่องเที่ยวจีบเพื่อนบ้านผนึกทำตลาดข้าว

ขยายการค้าลงทุนท่องเที่ยวจีบเพื่อนบ้านผนึกทำตลาดข้าว

พาณิชย์สบช่อง นายกฯ เยือนจีน เตรียมเซ็นสัญญา 3 ฉบับรวด ขยายความร่วมมือการค้า ลงทุน ท่องเที่ยว

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 17-20 เม.ย.นี้ จะร่วมเดินทางกับคณะนายกรัฐมนตรีไปเยือนประเทศจีน เพื่อใช้โอกาสนี้ลงนามในเอกสารทางการค้ากับจีน 3 ฉบับ รองรับขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันอีก 5 ปีข้างหน้า เป็น 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2554 ที่มีมูลค่า 5.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ความร่วมมือที่จะเซ็นร่วมกัน 3 ฉบับ คือ 1.แผนพัฒนาระยะ 5 ปี ว่าด้วยเรื่องความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน 5 ปี ในด้านต่างๆ เช่น การค้า เกษตร ท่องเที่ยว การผลิตและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

2.ความร่วมมือทางด้านการค้าสินค้าเกษตร เพื่อตั้งกลไกแก้ปัญหาและอุปสรรคการค้าสินค้าเกษตรและส่งเสริมสินค้าเกษตรร่วมกัน และ 3.ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมและพาณิชย์ของจีน แลกเปลี่ยนข้อมูลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนธุรกิจและการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งสองฝ่าย

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทยจีน ในปี 2554 อยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 26.85% โดยไทยส่งออก 2.74 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 27.61%

สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบเคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยางพารา และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เป็นต้น

รมว.พาณิชย์ กล่าวด้วยว่า เร็วๆ นี้จะหารือเรื่องข้าวกับประเทศอาเซียนทั้ง ไทย พม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม หรือกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อยกระดับผลผลิตและราคาข้าวในภูมิภาคนี้ให้สูงขึ้นและมีเสถียรภาพ

กรอบคร่าวๆ จะเป็นความร่วมมือพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพข้าว โดยจะหารือร่วมกันแบบทวิภาคีเป็นรายประเทศคาดว่าจะนัดได้ภายในเดือน พ.ค.

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ก่อนร่วมมือกันจัดระบบการพัฒนาการผลิตข้าวร่วมกัน เพื่อให้มีมาตรฐานตรงกันทั้งด้านคุณภาพและผลิตภัณฑ์ และดูระบบตลาดร่วม เพื่อจัดตลาดชายแดนระหว่างกัน เพราะในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อนาคตอาจไม่จำเป็นต้องกีดกันนำเข้าข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน 100% หากเป็นการนำเข้าเพื่อส่งออก โดยการทำเขตเสรี (ฟรีโซน) เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ

“เมื่อเรารวมตัวกันก็สามารถคุยเรื่องการแบ่งตลาดกันได้ ทำให้ไม่ต้องแย่งลูกค้าและตลาดกันเอง แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นฮั้วกันเหมือนกับกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) เพราะข้าวเป็นสินค้าที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณการผลิตได้ว่าแต่ละปีจะมีผลผลิตออกมาเท่าไหร่ ดังนั้นจึงเป็นลักษณะเอื้อเฟื้อต่อกันมากกว่า เกษตรกรของแต่ละฝ่ายก็มีรายได้เพิ่มด้วย” นายยรรยง กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ