
13ปัจจัยเสริมความสำเร็จให้ผู้ประกอบการ(จบ)
โดย...ริต้า ทัพภมาน
โดย...ริต้า ทัพภมาน
13 ปัจจัย....เสริมความสำเร็จให้ผู้ประกอบการ (จบ)อีกไม่กี่วันเทศกาลวันหยุดยาว ที่คนไทยทุกคนต่างรอคอยก็ใกล้เข้ามาถึง ไม่เพียงแต่จะได้หยุดพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการรวมญาติสนิทมิตรสหาย ที่ต่างคนต่างวุ่นวายกับภารกิจของตัวเองในแต่ละวัน ได้มีโอกาสมาเจอกันและทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงเทศกาลดังกล่าว นั่นคือเทศกาลมหาสงกรานต์ และยังถือเป็นวันปีใหม่ของเราชาวไทยอีกด้วย
เริ่มต้นปีใหม่ของไทยทั้งที ใครที่กำลังจะสร้างสรรค์เริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ก็ขอเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะคะ
สำหรับเรื่องที่จะมานำเสนอในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องที่ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับปัจจัยที่จะช่วยเสริมความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการ 13 ปัจจัย ซึ่งได้กล่าวไปแล้ว 6 ปัจจัย
สรุปอย่างย่อ คือ ผู้ประกอบการควรมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในศักยภาพของตัวเอง และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ รวมถึงมีจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อผลิตสินค้าหรือบริการที่หลากหลาย ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และผู้ประกอบการควรมีสมาธิ มีการเตรียมตัว และมีการฝึกฝน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกับตัวธุรกิจอยู่ตลอดเวลา และอีก 7 ปัจจัยที่เหลือประกอบไปด้วย
7.มีความมานะบากบั่นพากเพียร (Perseverance) ผู้แต่งได้ยกตัวอย่างของ วอลท์ ดิสนีย์ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะต้องเพียรพยายามในการขอเงินกู้มากกว่าสามร้อยครั้งเพื่อใช้เป็นเงินทุนในการสร้างดิสนีย์แลนด์แห่งแรกในลอสแองเจลิส แต่เขาก็ไม่ย่อท้อเพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เขาล้มเลิกความพยายามได้ก็คือ ความสำเร็จจากการที่เขาพยายามทำสิ่งเหล่านั้นนั่นเอง
8.มีจิตใจเข้มแข็งและกล้าหาญ (Courage) ความกล้าหาญในที่นี้คือ ความกล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ทั้งความสมหวังและความผิดหวัง เป็นต้น
9.มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา (Teachability) คนที่ประสบความสำเร็จจะมีจิตใจที่เปิดกว้างและคิดอยู่เสมอว่าตนเองนั้นมีความรู้เพียงน้อยนิด จำเป็นจะต้องค้นคว้าและเปิดใจยอมรับ ความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จมากมายแค่ไหนก็ตาม
10.มีลักษณะนิสัยที่ดี (Character) บุคลิกลักษณะในที่นี้คือ ในสายตาของผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง เราเป็นคนอย่างไร ฉะนั้น หากอยากจะประสบความสำเร็จ เราจะต้องพยายามปรับตัวและทำตัวเป็นคนดี นิสัยเดิมของเราจะเป็นอย่างไรก็ตาม หากเป็นนิสัยที่ไม่ดี ขัดต่อศีลธรรมจรรยา เราก็ต้องพยายามแก้ไขเพราะไม่มีคนใดที่อยากจะทำงานกับคนที่มีนิสัยที่ไม่ดี เช่น นิสัยพูดจาขวานผ่าซาก พูดจาเสียดสีนินทาว่าร้ายผู้อื่น หรือทำอะไรไม่รู้จักกาลเทศะ เป็นต้น
นอกจากนั้น โดยทั่วไปแล้วมนุษย์มักเลือกที่จะจดจำนิสัยที่ไม่ดีของผู้อื่นมากกว่านิสัยที่ดี ฉะนั้น ผู้แต่งจึงแนะนำว่า ภาพพจน์และชื่อเสียงนั้นเป็นสิ่งที่จะต้องรักษาไว้ดั่งชีวิต เพราะพลาดครั้งเดียวเท่ากับทำลายภาพพจน์ที่ดีที่เคยสั่งสมมา ให้หายไปได้ภายในพริบตาเดียว
11.มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างนั้น ตัวเราเองจะต้องเป็นคนพยายามปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น มีน้ำใจ และพยายามอะลุ้มอล่วย ในสิ่งที่พอจะทำได้ โดยจะต้องไม่ขัดต่อหลักการความถูกต้อง นอกจากนั้น เราควรเลือกบุคคลที่จะคบหาสมาคมด้วย เพราะอารมณ์ ความคิด คำพูด และการกระทำของคนรอบข้างจะต้องกระทบเราอย่างหลีกเลี่ยงเสียไม่ได้
ฉะนั้น การเลือกคบคนไม่ควรตัดสินจากคำพูด รูปลักษณ์ภายนอก หรือการกระทำเพียงผิวเผินของฝ่ายตรงข้าม แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การสังเกตดูจากคนรอบข้างของคนคนนั้น เพราะสิ่งที่เหมือนกันย่อมดึงดูดกัน เช่น คนที่ซื่อสัตย์ย่อมทนไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมกับคนที่โกง หลังจากใช้เวลาในการสังเกตในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับคนคนนั้น ให้ใช้ความรู้สึกไปทาบว่า เรารู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ใกล้คนคนนี้ อึดอัดหรือสบายใจ
และที่สำคัญคือ ความรู้สึกจะไม่มีเหตุผลจากปัจจัยภายนอกเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น เพราะเขาหน้าตาดี มีฐานะดี หรือมีความสามารถเราจึงอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เหล่านี้มิใช่ความรู้สึก แต่เป็นความคิดที่ไม่สามารถเชื่อถือได้
12.มีความรับผิดชอบ (Responsibility) เมื่อเกิดปัญหาจะต้องไม่โยนความผิดให้ผู้อื่นไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม
13.มีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Teamwork) การทำงานให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยบุคคลที่มีความสามารถในหลายๆ ด้านเข้ามาช่วยกันระดมสมอง เพื่อขยายขอบเขตของจินตนาการออกไปให้กว้างไกลมากขึ้น
ฉะนั้น คนที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และจะต้องเน้นเรื่องงานเป็นหลักมากกว่าเรื่องส่วนตัว
...สุขสันต์วันสงกรานต์...







