
ภัยแล้ง ภัยร้ายเศรษฐกิจ
...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
สัปดาห์นี้สถานการณ์ทางการเมืองคงเร่าร้อนรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ เมื่อบ้านเมืองไม่สงบ แน่นอนที่สุด ประชาชนตาดำๆ ทั้งประเทศย่อมได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน
บ้านเราก็แปลก คนไม่กี่คนทะเลาะกัน แต่คนทั้งประเทศที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กลับต้องมาเป็นฝ่ายรับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ต้องเดือดร้อน ต้องทุกข์ยาก อย่างไม่มีทางเลือก
ระวังนะครับ ถ้าวันหนึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศเกิดความรู้สึกอดรนทนอีกไม่ไหว แล้วลุกขึ้นรวมตัวเป็นพลังของแผ่นดินที่แท้จริงบ้างละก็...
พวกต้นตอของความขัดแย้งทั้งหลายจะไม่มีแผ่นดินอยู่
อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเมืองแม้จะยุ่งเป็นยุงตีกัน แต่ประเมินว่าไม่น่าจะยืดเยื้อยาวนาน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศรุนแรงมากนัก อย่างเก่งก็แค่เดือนนี้เดือนหน้า ยังงัยๆ ก็ต้องจบ
โดยส่วนตัวผมยังมั่นใจว่า ปัญหาทางการเมืองบ้านเราเป็นปัจจัยที่กระทบเศรษฐกิจระยะสั้นและไม่น่าห่วง
ปัญหาใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและน่าเป็นห่วงมากกว่าหลายเท่า ผมฟันธงไว้เลยว่า ปัญหาภัยธรรมชาติ ที่กำลังคุกคามมวลมนุษยชาติทุกมุมโลกในขณะนี้
ภัยพิบัติทั้งหลายเกิดขึ้นแต่ละครั้งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงและยาวนาน ดูอย่าง
“เฮติและชิลี” เป็นตัวอย่าง เสียหายหนักและต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นกลับมาสัปดาห์ก่อนก็เกิดแผ่นดินไหวที่ไต้หวัน เสียหายพอสมควร
เรื่องแผ่นดินไหว มันเป็นภัยธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นปุ๊บปั๊บ เกิดช่วงสั้น จบแล้วจบกัน ความเสียหายเกิดเฉพาะจุดเฉพาะพื้นที่
แต่ภัยร้ายที่ผมว่าน่ากลัวมากกว่าและมีพลังทำลายล้างเศรษฐกิจของประเทศรุนแรงกว่าแผ่นดินไหว
มันคือ ภัยแล้ง ที่กำลังก่อตัวอยู่ในขณะนี้
สถานการณ์น่ากลัวมากเหลือเกิน ปีนี้ทำท่าว่าจะรุนแรงกว่าทุกปี เราไม่เคยเห็นน้ำในแม่น้ำโขงเหือดแห้งขนาดนี้ แม่น้ำโขงเส้นเลือดใหญ่ของ 5 ประเทศกำลังแห้งขอด กระทบกับชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากรหลายร้อยล้านคน
แหล่งน้ำอื่นๆ ทุกภาคก็กำลังมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ น้ำตก ห้วย หนอง คลอง บึงทั้งหลาย หลายจังหวัดต้องมีการประกาศให้ชาวบ้านงดทำนาปรัง เพราะไม่มีน้ำเพียงพอ
นี่แค่เดือน มี.ค. เท่านั้น ยังอีก 45 เดือนกว่าจะถึงหน้าฝน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าปีนี้ภาวะโลกร้อนจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูหรือไม่??
ทั้งร้อนทั้งแล้ง กระทบรุนแรงน่ากลัวมาก
ทางหนึ่ง ชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ต้องอาศัยแหล่งน้ำเป็นที่ทำมาหากิน โดนก่อนเป็นอันดับแรก คงไม่มีใครอยากไปกินไปเที่ยวในบรรยากาศเหมือนนรกแบบนั้น
ทางหนึ่ง เมื่อขาดน้ำ พืชพันธุ์ธัญญาหาร ประมง ปศุสัตว์ และอื่นๆ ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตทั้งหลาย จะขาดแคลนอย่างรุนแรง วงจรชีวิตและการผลิตขาดตอนทั้งระบบ
โรงงานน้อยใหญ่ที่หาวัตถุดิบทดแทนไม่ได้จะล้มตายเป็นใบไม้ร่วง
ทางหนึ่ง ผู้คนจากชนบทที่ทนภาวะอดอยากไม่ไหว ก็จะหลั่งไหลหนีตายดาบหน้าในเมืองกรุง ปัญหาว่างงาน ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสังคมทั้งหลายจะตามมาเป็นระลอก ซึ่งเราจะได้เห็นการรวมตัวของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจนทนไม่ไหวชุมนุมเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างมากมายเป็นรายวัน
อย่าว่าแต่ชาวบ้านหรือผู้ประกอบการเลยครับที่จะเดือดร้อน แม้บริษัทยักษ์ใหญ่ค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหลายก็จะเจอผลกระทบเต็มๆ ไปด้วย รวมทั้งสถาบันการเงินก็อย่าคิดว่าจะรอด
งานนี้หนี้เสียจะเต็มมืออีกรอบเป็นแน่แท้
โบราณว่า ขาดฟืนขาดไฟยังพออยู่ได้ แต่ขาดน้ำเมื่อไหร่รอวันตายสถานเดียว
ผมฝากเตือนรัฐบาลให้ช่วยคิดอ่านเตรียมรับมือภัยพิบัติรอบนี้ให้ดีนะครับ อย่ามัวแต่สนใจภัยการเมืองเท่านั้น ภัยร้ายทางเศรษฐกิจที่น่ากลัวกว่า...กำลังเกิดขึ้นแล้ว







