
แห่ซื้อทองเงินผ่อน
สถานการณ์ราคาทองคำโลกเริ่มดิ่งแรง โดยร่วงกว่า 58 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,740 บาท
สถานการณ์ราคาทองคำโลกเริ่มดิ่งแรง โดยร่วงกว่า 58 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,740 บาท
ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน มาอยู่ที่ 1,614 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากนับตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้นมา ราคาทองคำลดลงแล้ว 15% จนนักวิเคราะห์ในตลาดโลกคาดว่าทองเสื่อมมนต์ขลัง ปริมาณความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกำลังลดลง สาเหตุจากแนวโน้มเงินเฟ้อในตลาดที่เป็นผลจากราคาน้ำมันเริ่มลดลงและเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มดีขึ้น ทำให้ราคาทองคำในตลาดปรับลดลง
กูรูด้านทองคำ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส เชื่อว่าจะหมดรอบของทองคำ หากเศรษฐกิจสหรัฐกลับมามีการขยายตัวที่ดี ผู้ลงทุนจะนำเงินกลับไปลงทุนในค่าเงินสหรัฐแทนการลงทุนในทองคำ ทำให้การลงทุนในทองคำลดลงต่ำกว่าปัจจุบัน ซึ่งจะกระทบให้ราคาทองคำและผลตอบแทนจากการลงทุนลดน้อยลง
ขณะที่ ธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินว่า หากราคาน้ำมันปรับตัวมากจนทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ก็จะมีนักลงทุนโยกเข้ามาลงทุนทองคำมากขึ้น เพื่อต้องการผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ แต่ราคาคงจะไม่ปรับตัวขึ้นแรงรวดเดียว
ราคาทองคำที่ทรงตัวและเริ่มปรับลดทำให้ลูกค้ารายย่อยเริ่มหันมาซื้อทองคำเงินผ่อน ล่าสุดผู้ให้บริการสินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ ได้ร่วมกับร้านทอง 150 แห่งทั่วประเทศ เปิดให้ผ่อนซื้อทองคำด้วยบัตรสินเชื่อเฟิร์สช้อยส์ หลังจากราคาทองคำอยู่ที่บาทละ 2.4 หมื่นบาท ปัจจุบันการจะเก็บเงินซื้อทองคำด้วยเงินสดในระดับ 2 หมื่นบาทขึ้นไป อาจต้องใช้เวลานาน ลูกค้ารายย่อยจึงยอมเสียดอกเบี้ยปีละ 28% อัตราเท่ากับสินเชื่อบุคคล ผ่อนทองคำเป็นรายเดือน
อย่างไรก็ดี แม้ทองคำจะเริ่มราคาทรงตัวและอาจลดลง แต่ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ซึ่งเป็นธนาคารที่รับจำนำทองคำรายใหญ่ ก็ยังสามารถปล่อยสินเชื่อทองคำได้เพิ่มในช่วง 3 เดือนแรก 1,757 ล้านบาท เป็นผลจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น คนเริ่มมีรายได้ไม่พอรายจ่าย จึงนำทองคำมาขอสินเชื่อกับธนาคาร โดยคาดว่า หากปีนี้เงินเฟ้อสูงกว่า 4% สินเชื่อทองคำก็มีโอกาสโตได้ถึง 35% ซึ่งก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะขึ้นไปในระดับดังกล่าวได้สูง เพราะมีการปรับค่าจ้างเป็น 300 บาท
หลังจากภาคเอกชนออกมาโวยเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง บอกปัดข้อเสนอภาคเอกชนที่ขอให้รัฐบาลช่วยตั้งกองทุน 1 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยชี้ว่ารัฐบาลคงไม่มีมาตรการอะไรออกมาช่วย เพราะเชื่อว่าภาคเอกชนจะสามารถปรับตัวกับค่าจ้างที่สูงขึ้นได้ และต้องเปลี่ยนแนวคิดว่าไทยจะพึ่งพาแรงงานที่มีค่าจ้างต่ำคงไม่ได้แล้ว
ทั้งนี้ มองว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศได้มาก เพราะเงินที่เพิ่มมา 85 บาทต่อวัน จาก 215 บาท เป็น 300 บาท การปรับขึ้นของผู้ที่มีรายได้น้อยนั้น จะถูกนำมาจับจ่ายซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ตรงนี้จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการเอง โดยเชื่อว่าค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้นนี้มีส่วนกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้มาก ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอีกทางหนึ่ง จากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะพึ่งพาเฉพาะการส่งออกเป็นหลัก
ด้านธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังแห่ออกหุ้นกู้และเงินฝากดอกเบี้ยสูง ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่วงเงินเหลืออยู่ 1.5 แสนล้านบาท รวมเป็น 2.5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาขยายสินเชื่อที่มีสัญญาณที่ดีขึ้นในปีนี้ เนื่องจากภาคเอกชนฟื้นตัวเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด หลังจากเกิดน้ำท่วมปลายปีก่อน ทำให้ปีนี้คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตเกิน 10%
ธนาคารกรุงไทยเงินฝากประจำสไมลีย์ 999 ระยะ 19 เดือน เงินฝากประจำสไมลีย์ สเต็ปอัพ ระยะ 20 เดือน และเงินฝากประจำสไมลีย์ 7 เดือน โดยทุกประเภทรับฝากขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท เป็นดอกเบี้ยขั้นบันได จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน
ธนาคารทิสโก้ เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน อายุ 1 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2556 วงเงิน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.5% จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน จองซื้อขั้นต่ำที่ 1 แสนบาท
นอกจากนี้ ธุรกิจรับชำระเงินของธนาคารพาณิชย์ยังสร้างกำไรต่อเนื่อง ฝ่ายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร และผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) สิ้นปี 2554 พบว่าธุรกรรมการรับจ่ายเงินตามใบแจ้งหนี้ของบริษัทผู้ให้บริการต่างๆ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ผ่อนงวดรถยนต์ ค่าผ่อนบ้าน และอื่นๆ ผ่านเคาน์เตอร์สาขาของธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์ มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นในรอบปี 2554 สูงถึง 10.64 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.74% จากปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามจำนวนรายการที่ประชาชนผู้บริโภคมาใช้บริการชำระผ่านเคาน์เตอร์สาขาของธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์ทั้งระบบ พบว่ามีมากถึง 275 ล้านรายการ หรือคิดเป็น 7.53 แสนรายการต่อวัน เพิ่มขึ้น 16.8 ล้านรายการ หรือ 6.51% เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่มีการชำระ 258 ล้านรายการ โดยแบ่งเป็นรายการที่ชำระด้วยเงินสด 261.32 ล้านรายการต่อปี เพิ่มขึ้น 11.19 ล้านรายการ หรือ 4.48% จากปีก่อนหน้าที่มี 250.12 ล้านรายการต่อปี
การเพิ่มขึ้นของการชำระเงินผ่านช่องทางดังกล่าวถือเป็นรายได้ค่าธรรมเนียมที่สำคัญในปัจจุบันของธนาคารและนันแบงก์ เพราะค่าธรรมเนียมการบริการต่อบิลอยู่ที่ประมาณ 10-15 บาท
ขณะที่ธุรกิจประกันภัยเริ่มหายตกใจจากเหตุการณ์น้ำท่วม ขณะนี้อัตราค่าเบี้ยประกันภัยธรรมชาติในตลาดได้เริ่มปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1% ของทุนประกันแล้ว จากช่วงก่อนหน้านี้ค่าเบี้ยประกันภัยธรรมชาติได้ปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับสูงถึง 1.5-5% จากเดิมเริ่มต้นที่ 0.01% แม้แต่บ้านที่ไม่ถูกน้ำท่วม ค่าเบี้ยภัยธรรมชาติก็ยังปรับขึ้นไป 30% ในทางกลับกันเหตุการณ์ระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ ก็อาจส่งผลให้เบี้ยประกันภัยก่อการร้ายปรับเพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับทุนประกัน ค่าความเสียหายส่วนแรกและสถานที่ตั้ง ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยก่อการร้ายจะเก็บอยู่ที่ 0.5-5% ของทุนประกัน ลูกค้าในภาคใต้เริ่มมีความต้องการทำประกันก่อการร้ายเพิ่มขึ้น
สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยรับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มขึ้นของหุ้นในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร แต่ในช่วงท้ายสัปดาห์มีแรงขายทำกำไรก่อนจะมีวันหยุดยาวติดต่อกัน ทำให้นักลงทุนขายเพื่อลดความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม พบว่านักลงทุนต่างชาติยังเป็นผู้ซื้อสุทธิ และท้ายสัปดาห์ดัชนีหุ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 1,182.41 จุด ลดลง 1.2% จากสัปดาห์ก่อนหน้า







