posttoday
ตลาดบ้าน...ในต่างจังหวัด

ตลาดบ้าน...ในต่างจังหวัด

05 เมษายน 2555

โดย...สัมมา คีตสิน

โดย...สัมมา คีตสิน

ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ผลพวงจากน้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่แล้วในเขตกรุงเทพฯปริมณฑล ทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยจากส่วนกลางจำนวนหนึ่ง วางแผนออกลุยภูธรมากขึ้นในปีนี้ แม้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบางรายจะได้ออกไปชิมลางกันมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งการลงทุนโดยตรงหรือการลงทุนผ่านบริษัทลูก แต่ความสนใจจริงจังเพิ่งมาเกิดในช่วงหลังน้ำท่วม เพื่อเป้าหมายกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน

ถือได้ว่าภาวะน้ำท่วมกลายเป็น Blessing in Disguise เกิดสิ่งดีๆ ในท่ามกลางความเลวร้าย คือ ก่อให้เกิดการพัฒนาตลาดที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในต่างจังหวัด แม้ว่าการขยายตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่จาก กรุงเทพฯ อาจสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นบ้าง แต่หากมองยาวไปถึงการเปิดเสรีอาเซียนในอีกประมาณ 33 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการท้องถิ่นควรมองว่า หากไม่เตรียมตัวพร้อมแข่งกับทุนจากกรุงเทพฯ เสียแต่วันนี้ ก็อาจทำให้ไม่พร้อมเมื่อต้องแข่งกับทุนจากต่างประเทศในอนาคตอันใกล้

ที่ผ่านมาตลาดที่อยู่อาศัยหลักในประเทศไทยยังเป็นตลาดแนวราบอยู่ในแทบทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ และชลบุรี ที่มีหน่วยขายใหม่ของห้องชุดคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านจัดสรรแนวราบ

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบใหญ่ที่สุด คือ กรุงเทพฯ ด้วยจำนวนหน่วยในผังโครงการที่อยู่ในระหว่างการขายประมาณ 5.76 หมื่นหน่วย และเหลือขายประมาณ 2.34 หมื่นหน่วย ขณะที่นนทบุรีมีหน่วยในผังโครงการประมาณ 3.35 หมื่นหน่วย ใกล้เคียงชลบุรีที่มีหน่วยในผังโครงการประมาณ 3.32 หมื่นหน่วย แต่ชลบุรีมีหน่วยเหลือขายมากกว่า คือ มีประมาณ 1.43 หมื่นหน่วย

ในขณะที่นนทบุรีมีหน่วยเหลือขายประมาณ 1.25 หมื่นหน่วย ปทุมธานีมีหน่วยในผังโครงการน้อยกว่านนทบุรีและชลบุรีเล็กน้อย คือ มีประมาณ 3.12 หมื่นหน่วย แต่กลับมีหน่วยเหลือขายมากกว่า คือ มีประมาณ 1.3 หมื่นหน่วย

จึงกล่าวได้ว่า รองจาก กรุงเทพฯ แล้ว มีตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบขนาดใหญ่ขี่หลังตามกันมา 3 ตลาด คือ นนทบุรี ชลบุรี และปทุมธานี ในแง่จำนวนหน่วยในผังโครงการ หรือชลบุรี ปทุมธานี นนทบุรี หากเรียงในมิติของหน่วยเหลือขาย

สมุทรปราการก็เป็นตลาดแนวราบที่สำคัญอีกจังหวัดหนึ่ง มีหน่วยในผังโครงการประมาณ 2.76 หมื่นหน่วย แต่มีหน่วยเหลือขายประมาณ 9,300 หน่วย น้อยกว่าสามจังหวัดข้างต้น จึงอาจจัดสมุทรปราการเป็นตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบขนาดใหญ่อันดับที่ 5

ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือห้องชุดคอนโดมิเนียมนั้น แน่นอนที่สุด อันดับหนึ่ง คือ กรุงเทพฯ มีหน่วยในผังโครงการมากมายถึงประมาณ 1.27 แสนหน่วย และมีหน่วยเหลือขายประมาณ 3.1 หมื่นหน่วย ตามด้วยชลบุรีมีหน่วยในผังประมาณ 3.6 หมื่นหน่วย และมีหน่วยเหลือขายประมาณ 1.47 หมื่นหน่วย

จังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ รวมกันทุกจังหวัดยังมีน้อยกว่าชลบุรีจังหวัดเดียว กล่าวคือ มีหน่วยห้องชุดคอนโดมิเนียมในผังรวมกันเพียงประมาณ 1.6 หมื่นหน่วย และมีหน่วยเหลือขายรวมกันเพียงประมาณ 4,000 หน่วย ตลาดแนวสูงสำคัญอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็มีเพียง ภูเก็ต เชียงใหม่ ระยอง และหาดใหญ่ สงขลา เท่านั้น ที่มีหน่วยนับได้ถึงหลักพัน

โดยภาพรวมจะเห็นว่า ชลบุรีเป็นตลาดที่อยู่อาศัยที่มีขนาดใหญ่มาก และดึงดูดผู้ประกอบการให้เข้าไปร่วมวงพัฒนาจำนวนมากในปีนี้ ในขณะที่อีกหลายจังหวัดหลายพื้นที่ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น

การมองภาพตลาดที่อยู่อาศัยต่อไปนี้ จึงมองแค่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยไม่ดูตลาดต่างจังหวัดไม่ได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ