
ที่มาที่ไปก่อนจะเป็นอันดับความน่าเชื่อถือ
โครงสร้างการถือหุ้น รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกัน เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญที่ผู้วิเคราะห์อันดับเครดิตใช้ประกอบการพิจารณาให้อันดับความน่าเชื่อถือแก่บริษัท
โครงสร้างการถือหุ้น รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกัน เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญที่ผู้วิเคราะห์อันดับเครดิตใช้ประกอบการพิจารณาให้อันดับความน่าเชื่อถือแก่บริษัท
บริษัทที่มีบริษัทอื่นเข้ามาถือหุ้น หรือไปถือหุ้นในบริษัทอื่นและมีความสัมพันธ์กันในเชิงบริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทในเครือ ในการพิจารณาจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะมีการพิจารณาที่ซับซ้อนขึ้น โดยจะมองเป็นภาพรวมของกลุ่มกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
ในการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทที่จะถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีลักษณะเป็นกลุ่มกิจการ จะเป็นการวิเคราะห์พื้นฐานของทั้งกลุ่มกิจการ เนื่องจากความสัมพันธ์ของบริษัทที่จะถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นตัวบริษัทแม่เองที่จะถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือบริษัทในเครือเองก็ตาม ในหลายกรณีส่งผลต่อกันทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจและความแข็งแกร่งทางการเงิน ซึ่งเป็นทั้งด้านบวกและด้านลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือ
บริษัทที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมักจะมีพันธะหรือข้อตกลงระหว่างกัน เช่น มีการกู้ยืมเงินระหว่างกัน มีสัญญาให้การสนับสนุนหรือค้ำประกันการกู้ยืมเงินให้แก่กัน หรือมีสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างกัน เป็นต้นนั้น สมมติว่าบริษัทที่จะถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นบริษัทลูกที่มีความอ่อนแอทางการเงิน แต่ได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือที่แข็งแกร่งกว่า และมีอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงมาเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ยืมให้ บริษัทนี้ก็อาจจะได้รับการประเมินให้อันดับเครดิตที่สูงกว่าบริษัทที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่มีบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือค้ำจุน แต่หากเกิดกรณีที่บริษัทที่ค้ำประกันเงินกู้ยืมให้มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ปรับลดต่ำลง อันดับเครดิตของบริษัทก็จะถูกปรับลดลงตามได้เช่นกัน
ในทางกลับกัน หากบริษัทที่ถูกประเมินอันดับความน่าเชื่อถือมีความแข็งแกร่ง และมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงกว่าบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือ บริษัทที่ถูกประเมินนี้ก็อาจจะได้รับอันดับเครดิตที่ไม่แตกต่างจากบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือก็ได้ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทแม่หรือบริษัทในเครืออาจมีการถ่ายโอนทรัพย์สินจากบริษัทที่ถูกประเมิน หรือผลักภาระต่างๆ ให้แก่บริษัทที่ถูกประเมินเพื่อให้ตัวบริษัทแม่เองหรือบริษัทในเครือได้ประโยชน์บางอย่าง
และถึงแม้ว่าบริษัทที่ถูกประเมินอาจมีข้อกำหนดหรือข้อตกลงในสัญญาที่จะป้องกันตนเองจากการถูกแทรกแซงโดยบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือ เช่น มีข้อกำหนดที่จะจำกัดการจ่ายเงินปันผล หรือข้อกำหนดจำกัดการโอนถ่ายทรัพย์สินหรือหนี้สิน ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาข้อสัญญาต่างๆ อย่างละเอียด และที่สำคัญต้องปฏิบัติได้จริงด้วย
ส่วนการพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มกิจการที่เกี่ยวข้องกันในเชิงบริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทในเครือ จะดูจากสัดส่วนการถือหุ้น ความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทย่อย สัดส่วนรายได้หรือขนาดของสินทรัพย์ของบริษัทย่อย เงินลงทุนในบริษัทย่อย การให้ความช่วยเหลือในอดีตที่ผ่านมาในเวลาที่บริษัทย่อยมีปัญหา หรือการใช้ชื่อของผลิตภัณฑ์หรือตราสัญลักษณ์ร่วมกัน เป็นต้น
สำหรับกิจการที่ถูกควบคุมโดยนักลงทุนเพียงกลุ่มเดียว แต่มีการจัดโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อน เช่น มีการถือหุ้นไขว้กันไปมา มีการลงทุนซื้อขายกิจการโดยไม่มีเหตุผลรองรับที่ดีพอในทางธุรกิจ และมีการใช้หนี้สินเป็นจำนวนมาก ก็จะมีลักษณะที่ถือว่ามีความเสี่ยง และแน่นอนว่าในการประเมินอันดับเครดิตนั้น บริษัทที่เข้าข่ายนี้อาจถูกประเมินผลกระทบในเชิงลบต่ออันดับเครดิตของทั้งบริษัทและกลุ่มบริษัทได้ ทีนี้ก็รู้มากขึ้นอีกนิดแล้วนะครับ แล้วพบกันหลังปีใหม่(ไทย)ครับ







