
ผลดีผลเสีย...ค่าจ้างขั้นต่ำ
โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงการปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่ 300 บาท ว่าในต้นเดือน เม.ย. 2555 ทุกบริษัท ห้างร้าน จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายตามที่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา หากไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 90 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 144 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทนายคลายทุกข์ได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำเห็นว่า หลังจากคณะกรรมการค่าจ้างได้ประกาศให้ 7 จังหวัดนำร่องขึ้นอัตราค่าจ้าง 300 บาท อาจส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ หลังจากคณะกรรมการค่าจ้างประกาศเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ฉบับที่ 6
1.ใน 7 จังหวัดมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 300 บาท ประกอบไปด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และภูเก็ต เพิ่มจากเดิม 50 บาท ส่วนจังหวัดอื่นเป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 2 พ.ย. 2554 ซึ่งให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555 เป็นต้นไป
2.ลูกจ้างมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแต่สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้น และราคาของสินค้าได้สูงไปก่อนที่จะขึ้นราคาค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว อำนาจซื้อของลูกจ้างยังตามไม่ทันราคาสินค้า
3.ทางแก้ของนายจ้างต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง โดยไม่มีทางเลือกแต่จะต้องตกลงกับลูกจ้างให้ทำงานให้มีผลงานมากขึ้น ให้คุ้มกับค่าจ้างที่นายจ้างต้องจ่ายให้กับลูกจ้างเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน
4.นายจ้างที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ หากเห็นว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นมีผลกระทบต่อต้นทุนในการดำเนินการมาก อาจมีการลดคนงานให้น้อยลง และบังคับให้ลูกจ้างที่เหลือทำงานหนักขึ้นต่อวัน สิ่งเหล่านี้น่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเป็นสิ่งที่นายจ้างทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ภาระหนักจึงไปตกกับลูกจ้างอีกเช่นเคย
5.การลดสวัสดิการต่างๆ ซึ่งเป็นเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนที่นายจ้างจ่ายให้กับลูกจ้างเกินกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำไว้จะต้องถูกยกเลิก หรือลด หรือมีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มมากขึ้น เช่น เงินค่าอาหารกลางวัน รถรับส่งพนักงาน เป็นต้น
6.โบนัสหรือค่าตอบแทนพิเศษสิ้นปี นายจ้างหลายรายเริ่มประกาศให้ลูกจ้างทราบว่าจะไม่มีโบนัสหรือค่าตอบแทนช่วงสิ้นปี เป็นต้น
7.ค่าคอมมิชชัน ค่าทิป ค่าธรรมเนียมบริการ (เซอร์วิสชาร์จ) ที่ได้จากการให้บริการตามโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร นายจ้างอาจจะมีการออกกฎระเบียบใหม่ เช่น อาจไม่มีส่วนแบ่งให้กับลูกจ้างและถือว่าเป็นรายได้ของนายจ้าง ดังนั้นถึงแม้จะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ลูกจ้างก็ยังถูกนายจ้างใช้อำนาจที่เหนือกว่าเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนได้
8.การทำงานล่วงเวลา หากมีการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นไปได้ว่านายจ้างอาจจะยกเลิกการทำงานล่วงเวลาและบังคับให้ลูกจ้างทำงานในเวลาให้แล้วเสร็จ จะทำให้รายได้ของลูกจ้างลดลงประมาณกึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด สิ่งที่ต้องตามมาคือ มีรายได้ไม่เพียงพอในการดำเนินชีวิตและไม่มีใช้หนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ทำให้หนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้น สอดคล้องกับโพลของหอการค้า ปัญหาสังคมจะตามมาอีกมากมาย
สุดท้ายนี้ ทนายคลายทุกข์โดยผมเองในฐานะผู้บรรยายกฎหมายแรงงานให้กับหอการค้าไทย เห็นว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้ลูกจ้างมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จะต้องสอดคล้องกับความสามารถของลูกจ้าง ลูกจ้างจะต้องสร้างประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้นกับค่าตอบแทนที่ได้รับ โดยจะต้องเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีทักษะมากขึ้น
นอกจากนี้ การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะต้องสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ หากไปเพิ่มภาระหรือทำให้นายจ้างมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่มากเกินควร จะส่งผลให้ศักยภาพในการแข่งขันลดน้อยลง หรือไม่สามารถจะดำรงธุรกิจอยู่ได้ ซึ่งจะส่งผลกลับมาที่ลูกจ้างจะต้องว่างงานเป็นจำนวนมาก
และสิ่งที่ตามมาในแง่กฎหมาย คือ การฟ้องร้องเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจะเต็มศาลแรงงาน และอาจจะมีคนมายกป้ายประท้วงหน้าโรงงาน ปิดถนนเหมือนที่ผ่านมาก็ได้ หวังว่านายจ้างกับลูกจ้างรวมทั้งรัฐบาล น่าจะคิดค้นหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะประกาศคณะกรรมการค่าจ้างมีผลบังคับแล้ว
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 90 เมื่อประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรืออัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือมีผลใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรืออัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือที่กำหนด
มาตรา 144 นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 10 มาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 39/1 มาตรา 40 มาตรา 42 มาตรา 43 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 67 มาตรา 70 มาตรา 71 มาตรา 72 มาตรา 76 มาตรา 90 วรรคหนึ่ง กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 95 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง ไม่จ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 121 หรือมาตรา 122 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ







