
สู้ๆ Gijon Cafe
ปี 2555 ผ่านเข้ามาถึงเดือนเม.ย.แล้ว การเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นทั้งในเมืองไทยและเศรษฐกิจทั่วโลก
โดย...ฐาปนา
ปี 2555 ผ่านเข้ามาถึงเดือนเม.ย.แล้ว การเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นทั้งในเมืองไทยและเศรษฐกิจทั่วโลก จนหลายคนบอกว่าปีนี้เป็นปีที่ท้าทาย และวันนี้เราจะมามองความท้าทายของธุรกิจเก่าแก่แห่งหนึ่งในประเทศสเปน
คอฟฟี่ช็อปชื่อ Gijon Cafe เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะในหมู่ศิลปินหลากหลายสาขา จนมีคนบอกว่า Gijon Cafe เป็นเหมือนหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงมาดริด ซึ่งก็คงไม่เกินเลยไปนักที่จะกล่าวอย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบว่า Gijon Cafeอยู่มานานถึง 124 ปีแล้ว เป็นเวลากว่าศตวรรษที่ร้านอาหารแห่งนี้ได้ให้บริการทั้งชาวเมืองมาดริดเองและนักท่องเที่ยว ให้ได้รื่นรมย์กับบรรยากาศดีๆ กับเครื่องดื่มหอมกรุ่น
หนึ่งในสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของ Gijon Cafe คือ ที่นั่งด้านนอกร้าน บางคนอาจจะเรียกว่าเทอร์เรซ หรือบางคนเรียกว่าที่นั่งตากลม แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไร ด้านหน้าร้านนั้นเป็นพื้นที่ของเทศบาลเมืองมาดริด เป็นทางเท้าบนถนน Recoletos Boulevard ที่เปิดให้ผู้ประกอบการเช่าใช้ และ Gijon Cafe ก็ใช้พื้นที่ได้อย่างเป็นประโยชน์ กลายเป็นโต๊ะรับประทานอาหารที่บรรยากาศแจ่มใส เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวยุโรปที่มักจะนิยมนั่งจิบกาแฟหรือเครื่องดื่มแก้วโปรดด้านนอกร้าน แล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรื่นรมย์
พื้นที่ด้านหน้าร้านที่เป็นสิทธิของเทศบาลนี้ จะมีการประมูลเพื่อต่อสัญญาเช่าทุกๆ 10 ปี และในปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ต้องมีการยื่นข้อเสนอให้รัฐ แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการตัดสิน หรือประกาศว่าใครจะได้สิทธิใช้พื้นที่ แต่สำนักข่าวในกรุงมาดริดต่างก็วิเคราะห์กันว่า นี่เป็นปีที่ยากลำบากของ Gijon Cafe ที่อาจจะถึงขั้น“ไม่ได้ไปต่อ” เพราะมีคู่แข่งที่เงินหนากว่าได้เข้ามาประมูลด้วย
ตอนนี้พนักงานจำนวน 44 คนของ Gijon Cafe กำลังกังวลมากว่าเจ้าของ Gijon Cafe อันเก่าแก่จะพ่ายแพ้ ไม่สามารถช่วงชิงสิทธิในการใช้ทางเท้าของถนนอันโด่งดังนี้ได้อีกต่อไป หากเป็นเช่นนั้น Gijon Cafe ก็อาจจะถึงขั้นต้องปิดกิจการ
Jose Barcena พนักงานบริการที่ทำงานเสิร์ฟให้ Gijon Cafe มา 38 ปีแล้ว และปัจจุบันยังทำหน้าที่โฆษกของร้านด้วย บอกว่า หาก Gijon Cafe แพ้ในการประมูลสิทธิการใช้ทางเท้า ซึ่งเป็นจุดที่สร้างรายได้อย่างดีให้ร้าน ก็เกรงว่าพวกผู้บริหารอาจจะถูกบังคับให้ต้องขายกิจการไป และหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าละอายที่กรุงมาดริดจะสูญเสียสถานที่อันเป็นจุดสำคัญ เพราะในความรู้สึกของเขา Gijon Cafe ก็เป็นที่ที่มีความหมายไม่ต่างจากตลาดค้าของเก่า El Rastro พิพิธภัณฑ์ Prado หรือสถานที่สำคัญอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบให้มาดริดเป็นมาดริด
โฆษกของ Gijon Cafe ย้ำว่า แม้ชาวเมืองมาดริดจะมีชีวิตที่ทันสมัยมากขึ้น เป็นเมืองที่พัฒนาไปจากก่อนเก่า แต่ชาวมาดริดก็ยังชอบที่จะใช้ชีวิตแบบวัฒนธรรมเดิมๆ ที่เคยมีมา เช่น เดินเล่นตามถนน นั่งตามคาเฟ่ บาร์ หรือร้านแบบ Gijon Cafe นี้ เพื่อนั่งพักยามเย็น ก่อนจะไปหาอาหารเย็นรับประทาน Gijon Cafe จึงเป็นเหมือนหนึ่งในวัฒนธรรมที่มีมานานของเมืองเก่าแก่นี้
ด้าน Antonio Granados นักเขียนและศิลปินผู้สูงอายุในวัย 95 ปี ก็ออกโรงมาเชียร์ Gijon Cafe ด้วย โดยบอกว่า ตัวเองมานั่งจ่อมที่คาเฟ่นี้ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียน ถึงตอนนี้ก็ยังมาทุกวัน นั่งโต๊ะเดิมทุกที และคงจะรู้สึกเหมือนถูกข่มขืน หากสิทธิการใช้พื้นที่นี้ต้องถูกยกไปให้บริษัทอื่น ที่เพียงแค่พยายามจะมาประมูลแข่ง ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหรือศิลปะ แต่เป็นเพียงนักธุรกิจที่ต้องการจะทำกำไรจากการใช้พื้นที่นี้เท่านั้น
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า มีความเป็นไปได้ที่เจ้าของ Gijon Cafe อาจจะแพ้การประมูลเพราะคู่แข่งที่เงินหนากว่า แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากโฆษกของเมือง และยังไม่มีการบอกชัดๆ ว่าจะประกาศผลผู้ชนะการประมูลสิทธิใช้พื้นที่นี้เมื่อไหร่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ข่าวที่ออกมาก็ทำให้พนักงานในร้านเริ่มกังวลกับอนาคต เพราะสเปนเป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานสูงสุดในยุโรป คือ 23% โดยปัจจุบันมีคนว่างงานมากกว่า 5 ล้านคน
Luis Miguel Martin พนักงานเสิร์ฟอีกคนหนึ่งบอกว่า เขากำลังเป็นกังวลโดยไม่ต้องสงสัย ที่ผ่านมาเขาเคยผ่านการไม่มีงานทำมาก่อน จนได้มาทำงานที่นี่ และมีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของ Gijon Cafe แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอผลการตัดสิน พนักงานเสิร์ฟที่นี่ยังคงทำงานเสิร์ฟกาแฟวันละหลายร้อยแก้วให้ศิลปิน นักประพันธ์ นักท่องเที่ยว ฯลฯ ที่มานั่งรื่นรมย์กันที่นี่ ด้วยความประหวั่นว่าอาจจะไม่มีวันคืนเก่าๆ ให้ได้คิดถึงอีกแล้วก็เป็นได้
คงต้องย้ำหน่อยว่า ก่อนที่ “ส่องเศรษฐกิจโลก” เรื่องนี้จะตีพิมพ์ออกสู่สายตาท่านผู้อ่าน เทศบาลเมืองมาดริดอาจจะประกาศผลการประมูลนี้ไปแล้วก็ได้ เป็นเรื่องที่คงต้องรอดูกันไปว่าจะช้าหรือเร็ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัดจากข่าวนี้ก็คือ ความพยายามของผู้ที่รัก Gijon Cafe ที่อยากจะส่งเสียงเพื่อกดดันการตัดสินใจของเทศบาลมาดริด เพื่อเรียกร้องให้คิดถึงสิ่งที่คู่บ้านคู่เมืองมากกว่าเรื่องเงินๆ ทองๆ
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจจะมีคนแย้งว่า หากผู้ประกอบการรายอื่นเสนอค่าเช่าให้เทศบาลได้สูงกว่าที่ Gijon Cafe แล้วทำไม Gijon Cafe ไม่เสนอบ้าง ไหนๆ ก็ได้กำไรจากการทำธุรกิจมานานเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ทำไมจะต้องมาอ้างความเก่าแก่เข้าสู้ เพราะโลกที่เป็นโลกของทุนนิยมสมัยนี้ ผลตอบแทนก็เป็นปัจจัยสำคัญ เรียกว่ามีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงที่ส่งคำถามมาเบาๆ
เรื่องทำนองนี้ หากเรามองแบบเปรียบเทียบ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้กับบ้านเราเหมือนกัน เช่น กรณีการเช่าที่ในตลาดนัดจตุจักร ที่มีการมองกันหลายด้าน หรือการประมูลสิทธิอื่นๆ จากภาครัฐ ซึ่งคงจะต้องพิจารณากันเป็นเรื่องๆ ไปว่า ตรงไหนที่อะไรจะสำคัญกว่ากัน ระหว่างเงินหรือคุณค่า หรือว่าควรจะได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน







