
เปิดแผน"ไทยสมายล์"3ปีขึ้นรีจินัล แบรนด์
ประกาศเปิดตัวชัดเจนแล้ว สำหรับสายการบินไทยสมายล์ ว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ก.ค.ที่จะถึงนี้ หรือวันที่ 7 เดือน 7 ภายใต้ปีกการบริหารจัดการของสายการบินแห่งชาติ บริษัท การบินไทย ที่ต้องการแตกแบรนด์ทวงส่วนแบ่งทางการตลาดคืน หลังถูกสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) แอร์เอเชีย ที่สยายปีกขยายเครือข่ายครอบคลุมหลายประเทศ ทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเชีย ฯลฯ ทำให้โลว์คอสต์แอร์ไลน์กวาดลูกค้าของการบินไทยไปไม่น้อยทีเดียว
ประกาศเปิดตัวชัดเจนแล้ว สำหรับสายการบินไทยสมายล์ ว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ก.ค.ที่จะถึงนี้ หรือวันที่ 7 เดือน 7 ภายใต้ปีกการบริหารจัดการของสายการบินแห่งชาติ บริษัท การบินไทย ที่ต้องการแตกแบรนด์ทวงส่วนแบ่งทางการตลาดคืน หลังถูกสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) แอร์เอเชีย ที่สยายปีกขยายเครือข่ายครอบคลุมหลายประเทศ ทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเชีย ฯลฯ ทำให้โลว์คอสต์แอร์ไลน์กวาดลูกค้าของการบินไทยไปไม่น้อยทีเดียว
แต่วันนี้ ไม่เหมือนวันก่อนอีกแล้ว เพราะ “วรเนติ หล้าพระบาง” กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินไทยสมายล์ บริษัท การบินไทย ผู้บริหารสายการบินไทยสมายล์ ประกาศลั่นว่า ไทยสมายล์ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดอีกครั้ง โดยหันมามองเส้นทางในประเทศมากขึ้น ซึ่งใน 1-2 ปีจากนี้ จะมุ่งเปิดให้บริการเส้นทางในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ไทยสมายล์มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งก่อน แล้วค่อยขยายเส้นทางการให้บริการไปในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยจะเลือกให้บริการเส้นทางที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง
การปรับแผนการตลาดนั้น ส่วนหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเครื่องบินของไทยสมายล์ ที่จะทยอยรับมอบเครื่องแอร์บัส เอ 320 ความจุ 174 ที่นั่ง ในปีแรกเพียง 4 ลำ โดยลำแรกจะเข้ามาเดือน มิ.ย. ลำที่ 2 และ 3 เข้ามาเดือน ส.ค. และครบ 4 ลำ ในเดือน ก.ย.นี้
สำหรับเส้นทางแรกที่จะเปิดให้บริการ ในวันที่ 7 ก.ค. คือ เส้นทางกรุงเทพฯมาเก๊า จำนวน 2 เที่ยวบิน/วัน ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางที่เปิดประตูสู่ตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน จากปัจจุบันมีการบินไทย แอร์เอเชีย และแอร์ มาเก๊า เปิดให้บริการอยู่ มีส่วนแบ่งตลาดเฉลี่ย 60% และ 40% ตามลำดับ โดยไทยสมายล์ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดปีแรกในเส้นทางดังกล่าว 20-25%
นอกจาก 4 ลำแรกนี้แล้ว ไทยสมายล์ยังเตรียมทยอยรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ให้ครบ 11 ลำ ตามแผนในปี 2558 และล่าสุดคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย ได้อนุมัติให้ไทยสมายล์เช่าเครื่องบินแอร์บัส ระหว่างปี 2556-2557 อีก 9 ลำ เพื่อรองรับการขยายเส้นทางการบินในช่วงที่ไทยสมายล์ยังไม่ได้รับเครื่องบินที่สั่งซื้อ โดยมีเป้าหมายเปิดเส้นทางบินให้ครอบคลุมประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น หลวงพระบาง เสิ่นเจิ้น ย่างกุ้ง มันดาเลย์ ดานัง ฯลฯ
ทั้งนี้ ปีแรกไทยสมายล์จะให้บริการ 95 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และปีที่ 2 ตั้งเป้า 150 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ซึ่งแผน 3 ปี จะเปิดให้บริการทั้งหมด 25 เส้นทาง ใน 6 ประเทศ
ขณะที่เส้นทางในประเทศจะเน้นให้บริการแทนที่เส้นทางของการบินไทยในบางเส้นทาง รวมถึงช่วยเพิ่มความถี่ในเส้นทางที่มีศักยภาพ เช่น กรุงเทพฯ-ภูเก็ต กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เป็นต้น โดยยอมรับว่าบางเส้นทางอาจทับซ้อนกับนกแอร์ แต่ต้นทางที่ให้บริการนั้นแตกต่างกัน โดยไทยสมายล์จะให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่นกแอร์จะให้บริการจากท่าอากาศยานดอนเมือง
“อย่าถามว่า การเปิดตัวสายการบินไทยสมายล์จะทับซ้อนเส้นทางการบินของบริษัทแม่ หรือนกแอร์หรือไม่ ต้องมองว่าอุตสาห กรรมการบินของไทยเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่เติบโตได้อีกมาก ถ้าการบินไทยไม่ลงทุน สายการบินอื่นก็ลงทุนแย่งเค้กก้อนนี้อยู่ดี โดยเฉพาะเม็ดเงินต่างชาติที่จะไหลเข้ามาอย่างมหาศาลหลังเปิดเออีซี” วรเนติ กล่าว
ที่สำคัญ สายการบินไทยสมายล์ได้นำการบริหารจัดการองค์กรแบบโลว์คอสต์แอร์ไลน์มาใช้ พร้อมเชื่อมเครือข่าย เช่น ช่องทางการจำหน่าย การตลาด ฯลฯ กับบริษัทแม่ ทำให้มีต้นทุนการบริหารจัดการต่ำ แต่เน้นให้บริการผู้โดยสารบนเครื่องใกล้เคียงกับพรีเมียมแอร์ไลน์ อย่างการบินไทย ถือเป็นแนวทางบริหารแบบไฮบริด โมเดล ที่นำจุดแข็งบริการของทั้งสองกลุ่มมาปรับเป็นกลยุทธ์ของไทยสมายล์ เพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงความคุ้มค่า สดใสทันสมัย เทรนดี เจาะกลุ่มลูกค้าบีถึงบีบวก ขณะราคาบัตรโดยสารไทยสมายล์จะต่ำกว่าการบินไทยเฉลี่ย 10-15% ไม่มีเก็บค่าบริการยิบย่อยเหมือนโลว์คอสต์แอร์ไลน์อื่น และโหลดกระเป๋าได้ 20 กิโลกรัม
สำหรับการให้บริการบนไทยสมายล์ นั้นจะมีบริการขนมขบเขี้ยว น้ำดื่มบนเครื่อง และแบ่งโซน สมายล์ พลัส ซึ่งมีพื้นที่วางเท้าใหญ่กว่าปกติไว้ 30 ที่นั่งทุกเที่ยวบิน เพื่อให้ผู้โดยสารเลือกใช้ แต่จะไม่เก็บค่าบริการยิบย่อยเหมือนโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ที่ราคาถูก แต่ไม่สามารถจับต้องได้จริง รวมถึงให้โหลดกระเป๋าได้ถึง 20 กิโลกรัม วรเนติ กล่าวถึงกิจกรรมเปิดตัวสายการบินไทยสมายล์ ว่า เตรียมจัดงาน “ถ่าย โหลด โหวต แชร์ กับการบินไทยสมายล์” ระหว่างวันที่ 3–5 เม.ย.นี้ โดยตั้งเป้าปีแรก 1,800 ล้านบาท อัตราบรรทุกเฉลี่ย 72% ปีที่ 2 รายได้ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะคืนทุนภายใน 2 ปี
นับเป็นกลยุทธ์ของการบินไทย ที่ต้องจับตาในศึกการบินยุคเปิดเออีซี บริเวณ ศูนย์การค้าดิจิตอลเกทเวย์ สยามสแควร์ โดยให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ประกวดภาพถ่ายรอยยิ้ม ‘THAI Smile Photo Contest’ พร้อมอัพโหลดบนเฟซบุ๊คของการบินไทยสมายล์ที่ facebook.com/ThaiSmileFanClub เพื่อชิงรางวัลตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพมาเก๊า ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั๋วเส้นทางนี้อย่างเป็นทางการ วันที่ 27 เม.ย.นี้
สำหรับผลประกอบการในปีแรกตั้งเป้ามีรายได้ 1,800 ล้านบาท อัตราบรรทุกเฉลี่ย 72% และปีที่ 2 รายได้ 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะคืนทุนภายใน 2 ปี
“ภาพลักษณ์การเป็นสายการบินพรีเมี่ยม ของการบินไทย ไม่สามารถทำให้ไทยสมายล์ เป็นสายการบินโลว์คอสต์ได้ ซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น หลังเปิดเออีซี การบินไทยต้องแตกไฟท์ติ้งแบรนด์ โลว์คอสต์ มาสู้ จึงต้องการให้ภาครัฐเอื้อการลงทุนในส่วนดังกล่าวด้วย” วรเนติ กล่าวทิ้งท้าย







