posttoday
หุ้นโตเข้าเป้าไตรมาส1

หุ้นโตเข้าเป้าไตรมาส1

02 เมษายน 2555

เตะตาต่างชาติแข่งเอเชียไหวดัชนีขาขึ้น1,300รอครึ่งปีหลัง

เตะตาต่างชาติแข่งเอเชียไหวดัชนีขาขึ้น1,300รอครึ่งปีหลัง

“จรัมพร” คุยผลงานไตรมาสแรกเข้าเป้า ตลาดใหญ่ขึ้นเทรดพันล้านเหรียญติดจอเรดาร์ต่างชาติ 20 หุ้นเคาะสนั่น มั่นใจสู้เอเชียได้สบาย

ปี 2555 เป็นปีมังกรทองของตลาดหุ้นไทยในไตรมาสแรก ให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนถึง 16.72% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเฉียด 3.4 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อมากกว่า 82,769 ล้านบาท ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) พุ่งขึ้นเป็นเกือบ 10 ล้านล้านบาท

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า มาร์เก็ตแคปที่เกือบ 10 ล้านล้านบาท และมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น เป็นไปตามแผนการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ในปี 2555 นี้

ปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยเติบโตขึ้นมาก คงเป็นผลจากกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่จะฟื้นตัว จากนโยบายอัตราภาษีนิติบุคคลที่ลดลงจาก 30% เหลือ 23% และ บจ.ก็มีกำไรจากการดำเนินงานที่ดี แม้ว่าเพิ่งผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงได้ จึงจูงใจให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยที่มีมูลค่าซื้อขายถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นระดับที่นักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจ และยังมีหุ้นที่มีการซื้อขายเฉลี่ย 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน มากขึ้นเป็น 20 บริษัท จากเดือน ม.ค. 2553 มีเพียง 8 บริษัทเท่านั้น สะท้อนว่าต่างชาติให้ความสนใจเข้าลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น

“หุ้นไทยมีมูลค่าซื้อขายมากขนาดนี้ และมีหุ้นมากถึง 20 ตัวเทรดสูงถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีศักยภาพพร้อมที่จะแข่งขันในระดับอินโดจีนและภูมิภาคเอเชีย” นายจรัมพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ก็ยังต้องทำให้ตลาดหุ้นไทยดีขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งนอกจากจะต้องพยายามหาหลักทรัพย์ใหม่เข้ามาจดทะเบียนแล้ว ยังจะต้องเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยอาจจะเป็นบริษัทจากต่างประเทศ

ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุลผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นในไตรมาส 2 นี้ น่าจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ เพราะจะมีการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ ทำให้ผู้ลงทุนเล่นเก็งกำไรข่าวจะมีนโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณ หรือ QE3 หรือไม่ และเป็นช่วงที่ บจ.ประกาศผลกำไรไตรมาสแรก ซึ่งคาดว่าน่าจะออกมาดี

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของดัชนีคงยังไม่แรงแตะระดับ 1,300 จุดในระยะอันใกล้ แต่ยังมีโอกาสจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากระดับดัชนีดังกล่าวเป็นมูลค่าพื้นฐาน บจ.ในปีนี้ โดยคาดว่ากำไร บจ.จะขยายตัว 23-24%ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ย 108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“แม้ว่าตามพื้นฐานจะเห็นดัชนี 1,300 จุดได้ แต่ระหว่างทางตลาดอาจจะมีการปรับฐาน ดังนั้นกลยุทธ์ในขณะนี้แนะนำให้นักลงทุนต้องขายหุ้นที่ราคาได้สะท้อนผลประกอบการไปแล้ว และให้ซื้อหุ้นที่ยังต่ำกว่าพื้นฐาน คือ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เพราะราคายังถูกและกำไรไตรมาสแรกจะออกมาดี นอกจากนี้หุ้นสื่อสารก็ยังน่าสนใจลงทุนในช่วงไตรมาส 2

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก