
CHOWขึ้นราคาเหล็กตามค่าจ้าง
เตรียมปรับราคาเหล็กขึ้นตามต้นทุนค่าจ้างและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น เริ่มไตรมาส 2 นี้ คาดทั้งปีขึ้นไม่ถึง 10%
เตรียมปรับราคาเหล็กขึ้นตามต้นทุนค่าจ้างและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น เริ่มไตรมาส 2 นี้ คาดทั้งปีขึ้นไม่ถึง 10%
นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 นี้บริษัทจะเริ่มทยอยปรับราคาขายเหล็กแท่งยาวขึ้นจากราคาปัจจุบันที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากต้นทุนได้เพิ่มขึ้นตามค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นเป็น 300 บาทในเดือน เม.ย. และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น โดยทั้งสองอย่างคิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มอย่างละไม่ถึง 1% ของต้นทุนโดยรวม
ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีจะเพิ่มราคาที่เพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 10% ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยที่ปรับขึ้นเท่ากับปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดี แม้บริษัทจะมีต้นทุนที่เพิ่มแต่บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผนงานที่จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นเป็นระหว่าง 8-11% ให้ได้ จากปีก่อนทำได้เพียง 6%
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกบริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ เนื่องจากมีความต้องการใช้เหล็กแท่งยาวในสัดส่วนที่มาก ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ต้องการฟื้นฟูประเทศหลังประเทศได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ขณะเดียวกัน คาดว่าปีนี้รายได้จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่มีรายได้เติบโตขึ้น 20-30% จากปีก่อนที่ทำได้ 5,658 ล้านบาท
“ตลาดเหล็กแท่งยาวในประเทศไทยยังขาดแคลน และยังต้องพึ่งพาการนำเข้าอยู่ถึงปีละกว่า 1 ล้านตัน ขณะที่กำลังการผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ” นายอนาวิล กล่าว







