
หุ้น-ทองพุ่งหวังQE3
QE 3ทำราคา ปิดงวดบัญชีจุดพลุหุ้นทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์คึก ดันหุ้นไทยบวก 18 จุด แนะถือเงินสดเพิ่มเสี่ยงสูง
QE 3ทำราคา ปิดงวดบัญชีจุดพลุหุ้นทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์คึก ดันหุ้นไทยบวก 18 จุด แนะถือเงินสดเพิ่มเสี่ยงสูง
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังตลาดตีความว่า ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณออกมาตรการกระตุ้นเชิงปริมาณ (QE 3)
ราคาน้ำมันที่ตลาดไนเมกซ์ขึ้นมาอยู่ที่ 107.03 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตลาดเบรนต์ขึ้นมาอยู่ที่ 125.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่ทองคำขึ้นมาอยู่ที่ 1,691 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และราคาทองคำในประเทศขึ้นมาที่ 24,600 บาทต่อบาททองคำ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาปิดที่ 1,207.09 จุด เพิ่มขึ้น 18.97 จุด หรือ 1.60% มูลค่าซื้อขาย 33,176.64 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรวมกับตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แตะ 10.02 ล้านล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พัฒนสิน วิเคราะห์ว่า ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะผู้จัดการพอร์ตลงทุน โดยเฉพาะกองทุนระยะสั้น (เฮดฟันด์) เข้าซื้อหุ้นเพื่อทำราคาปิดงวดบัญชีปลายไตรมาสแรกของปีซึ่งจะช่วยให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส บล.เอเซีย พลัส แนะนำว่า มีความเสี่ยงสูง เพราะการขึ้นรอบนี้ไม่ได้มีพื้นฐานที่แข็งแรงรองรับเพียงแค่คาดหวังว่าสหรัฐจะออก QE3
ดังนั้น จึงแนะนำถือเงินสดเพิ่มเป็น 30-40% และหากถือหุ้นที่มีกำไรอยู่ก็ให้ขายเพื่อลดความเสี่ยง และรอบนี้มองว่าดัชนีมีโอกาสขึ้นไปสูงสุดที่แนวต้านเดิม คือที่ 1,214 จุด และแนวรับที่ 1,194 จุด
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยจะมีการปรับฐานในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. เพื่อรอการขึ้นต่อ แต่ดัชนีไม่น่าจะปรับตัวลดต่ำกว่าระดับ 1,150 จุด เพราะเชื่อว่าดัชนีระดับต่ำสุดของปีนี้ได้ผ่านไปแล้วเมื่อช่วงต้นปี หรือที่ระดับ 1,050 จุด
ทั้งนี้ หลังจากดัชนีหุ้นปรับฐานมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะในระยะนั้นบริษัทจดทะเบียนจะมีการประกาศผลประกอบการ ซึ่งคาดว่าน่าจะออกมาดี จะเป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นไปต่อที่ระดับ 1,300 จุดได้
นอกจากนี้ จะเป็นจังหวะเดียวกับเงินทุนต่างประเทศจะไหลกลับเข้าลงทุนในตลาดหุ้น และเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยน่าสนใจ เพราะตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ นักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นไทยออกไปเป็นเงิน 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และซื้อกลับเพียง 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ซื้อกลับในอินโดนีเซีย จนมียอดเกิน 200 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว หรือแม้แต่ฟิลิปปินส์ก็ซื้อคืนหมดแล้ว ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสเงินทุนจะไหลกลับอีก 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
“เหลือแต่ไทยยังมีช่องว่างอยู่ 1,500 ล้านบาท แต่อยู่บนสมมติฐานการเมืองมีเสถียรภาพ เพราะร่าง พ.ร.บ.ปรองดองขณะนี้ยังไม่เห็น” นายวิศิษฐ์ กล่าว
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ต้องติดตามดูว่าราคาทองคำจะสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ได้หรือไม่ จึงจะไปต่อได้
นอกจากนั้น ยังต้องติดตามการประชุมเฟดวันที่ 2425 เม.ย.นี้ว่าจะประกาศ QE 3 หรือไม่ หากมีการออกมาจริงจะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทะลุ 2,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 3 หมื่นบาทต่อบาททองคำ แต่หากไม่มี QE 3 ราคาทองคำจะไปได้แค่ 1,920-1,925 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือ 2.7 หมื่นบาทต่อบาททองคำ







