
เปิดเผยแม่บทยุทธศาสตร์สิ่งทอ
ได้ข้อสรุปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยปี 2555-2559 โดย สุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า แผนแม่บทสิ่งทอฉบับใหม่ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ได้ข้อสรุปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยปี 2555-2559 โดย สุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า แผนแม่บทสิ่งทอฉบับใหม่ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ขับเคลื่อนโดยมีวิสัยทัศน์ คือ “ไทยเป็นศูนย์กลางการค้า พัฒนาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม การออกแบบสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอาเซียนที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์และมีประสิทธิภาพ สร้างความหลากหลายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
ดังนั้น ภายในปี 2559 กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ต้องมียอดส่งออกขยายตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 8% ต่อปี และต้องส่งออกไปยังอาเซียนคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับการก้าวเข้าสู่การเป็น 1 ใน 3 Fashion Capital ในเอเชีย
ขณะที่กลุ่มหัตถกรรมสิ่งทอมีมูลค่าส่งออกไปยังตลาดโลกไม่ต่ำกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 12% ต่อปี รวมทั้งสร้างรายได้จากการจำหน่ายภายในประเทศไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ในส่วนของกิจกรรมการใช้เทคโนโลยีสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาด กลาง ขนาดเล็ก ในส่วนภูมิภาคเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น มีโรงงานเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 12 โรงงาน
สถาบันได้เข้าไปให้คำแนะนำ ปรึกษา พัฒนากระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีสะอาด เพื่อลดของเสีย ลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุน นำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการผลิตสินค้าฉลากสิ่งแวดล้อม เช่น ฉลากเขียว
นอกจากนี้ การจัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยเพื่อสนองตอบผู้ผลิตในอาเซียน และความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือบริมสเทค ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงฐานข้อมูลอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา รวมทั้งเพิ่มฐานข้อมูลประเทศที่เป็นฐานการผลิตเครื่องนุ่งห่มอีก 2 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ และศรีลังกา
พร้อมทั้งมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผืน เพื่อป้อนสู่ตลาดอาเซียนหรือประเทศในกลุ่มบริมสเทค 104 รายการ เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ อาทิ ผ้าตกแต่งกลิ่นหอม ผ้าที่มีผิวสัมผัสนุ่ม หรือผ้าที่สามารถซึมซับได้ดี เป็นต้น
โครงการยังได้จัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างบริษัทสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยกับกลุ่มอาเซียน รวมทั้งบริมสเทค ณ เมืองดักกา ประเทศบังกลาเทศ รวม 20 บริษัท โดยภายหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติที่เข้าร่วมเจรจาธุรกิจภายในงานสนใจเป็นคู่ค้าและจะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าผืนจากไทยถึง 33%
กระนั้น เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง สถาบันได้เร่งจัดทำโครงการภายใต้แผนแม่บทดังกล่าวเข้าสู่งบประมาณในปี 2556 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ควบคู่กับการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย และกิจกรรมการใช้เทคโนโลยีสะอาดเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอสีเขียว
ใครสนใจก็สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 02-713-5492–9 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.thaitextile.org







