
เกษรปรับใหญ่รับเศรษฐีนอก
จีน-อินเดียแห่ช็อปแบรนด์หรู อ้อนรัฐลดภาษีสู้ศึกในอาเซียน
จีน-อินเดียแห่ช็อปแบรนด์หรู อ้อนรัฐลดภาษีสู้ศึกในอาเซียน
เกษร ปรับใหญ่รับเศรษฐีต่างชาติแห่ช็อปแบรนด์หรูในไทย พร้อมกระทุ้งรัฐบาลเร่งแผนดันไทยเป็นฮับท่องเที่ยว
นางสาธิมา ทานาเบ้ รองผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเกษร บริษัท เกษร แลนด์ แอสเซท แมเนจเม้นท์ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ของศูนย์การค้าเกษร และปรับรูปแบบการให้บริการภายในใหม่เพื่อรองรับกลุ่มกำลังซื้อระดับสูง จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน อินเดีย และรัสเซีย ที่เข้ามาพักจับจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมในไทยสูงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
สำหรับสินค้าแบรดน์เนมในศูนย์ที่มียอดขายสูง คือ กลุ่มไลฟ์สไตล์ อาทิ สินค้าเพื่อความงาม (บิวตี) อุปกรณ์ไอที และกลุ่มนาฬิกาเครื่องประดับ มีสัดส่วนยอดขายสูงสุด 60% และยังเติบโตสูงต่อเนื่อง จากบรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นคืนกลับมา โดยปัจจุบันลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายภายในศูนย์มีการใช้จ่ายเฉลี่ย 2 หมื่นบาทต่อครั้งต่อคน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6-1.8 หมื่นบาทต่อครั้งต่อคน
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมปรับการให้บริการภายในศูนย์ โดยเพิ่มจำนวนพนักงานบริการลูกค้าที่สามารถใช้ภาษาต่างประเทศได้ดี ใน 4 ภาษาหลัก คือ อังกฤษ จีนแมนดาริน ญี่ปุ่น และอาหรับ เพื่อรองรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศดังกล่าวที่มีแนวโน้มมากขึ้น จากปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยราว 15-16 ล้านคน และในปีนี้วางเป้าอยู่ที่ 18 ล้านคน
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเตรียมทำแผนการทำตลาดส่งเสริมการขายรูปแบบใหม่ โดยร่วมกับพันธมิตรร้านค้าปลีกแบรนด์เนมต่างๆ ภายในศูนย์ อาทิ จัดทำแผนที่แนะนำบริการร้านค้าต่างๆ เป็นภาษาจีน เป็นต้น ในปัจจุบัน ศูนย์มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียนเฉลี่ย 1.2 หมื่นคนจากปีก่อนอยู่ที่เฉลี่ย 1 หมื่นคน แบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 70% เพิ่มจากเดิมอยู่ที่ 60% และลูกค้าภายในประเทศราว 30%-40% จากในช่วง 3-4 ปีก่อนที่มีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าภายในและนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่ากัน โดยปีนี้ตั้งเป้ามีลูกค้าหมุนเวียนเพิ่ม 15%
ทั้งนี้เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10ปี ศูนย์ฯได้เพิ่มงบการตลาด10% พร้อมใช้ 2กลยุทธ์หลักทำตลาด คือ คัสโตเมอร์ เอ็กซพีเรียนซ์ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ ยัวร์ ลักชัวรี โมเมนต์ส มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าที่จับจ่ายมูลค่าสูงสุด และกลยุทธ์ด้านพันธมิตร(พาร์ทเนอร์ชิพ) กับกลุ่มคู่ค้าทั้งในระดับอินเตอร์เนชันแนลแบรนด์ และแบรนด์ชั้นนำ ล่าสุดร่วมกับบริษัทพีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส จัดนิทรรศการศิลปะการตกแต่งหน้าปัดนาฬิกายูลิสนาร์แดง เพื่อร่วมฉลองในโอกาสกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ230ปี ตั้งแต่วันนี้27มี.ค.นี้
นางสาธิมา กล่าวอีกว่า เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการด้านนโยบายที่ชัดเจนใน 3 เรื่อง คือ 1.การสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ 2.การท่องเที่ยว และ 3.กำแพงภาษีกลุ่มสินค้านำเข้า เช่น กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งไทยยังเสียเปรียบด้านภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มดังกล่าวในอัตรา 20%-30% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นเขตปลอดภาษีในกลุ่มสินค้าดังกล่าว







