
ต่างชาติขายผ่านอนุพันธ์
เตือนต้องระวัง เงินพร้อมจะชิ่งสปส.ลงหุ้นเพิ่ม
เตือนต้องระวัง เงินพร้อมจะชิ่งสปส.ลงหุ้นเพิ่ม
ต่างชาติเริ่มขายในฟิวเจอร์ส แนะต้องระวังเพิ่ม การเงินโลกไม่แน่นอน สภาพคล่องพร้อมหนี สปส.ขายทำกำไรบ้างแถว 1,200 หวังเพิ่มลงหุ้นถึง 25%
ตลาดหุ้นไทยพยายามทดสอบระดับ 1,200 จุด เป็นวันที่สอง แต่ยังไม่สามารถยืนได้ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นปิดที่ระดับ 1,196.60 จุด เพิ่มขึ้น 7.10 จุด หรือ 0.6% มูลค่าการซื้อขาย 28,883.48 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติยังเป็นผู้ซื้อสุทธิอีก 1,318 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 มี.ค. พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในหุ้นไทยสูงถึง 3,267 ล้านบาท แต่กลับพบว่ามีสถานะสุทธิขายล่วงหน้า (ชอร์ต) ใน SET50 Index Futures เป็นจำนวน 475 สัญญา
นายสัญญา หาญพัฒนกิจพานิช หัวหน้าทีมพัฒนาธุรกิจตลาดอนุพันธ์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า การขายชอร์ตในตลาดอนุพันธ์ของต่างชาติคงไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณของนักลงทุนต่างชาติจะเริ่มชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพียงแต่เป็นข้อมูลเพื่อให้นักลงทุนติดตาม เพราะหากเป็นการทยอยขายชอร์ตในอนุพันธ์อย่างต่อเนื่อง ผู้ลงทุนควรจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวะเช่นนี้ได้แนะนำลูกค้าอนุพันธ์ที่ยังไม่มีสถานะในฟิวเจอร์ส ว่า ยังสามารถซื้อล่วงหน้า (ลอง) ในดัชนี SET50 ฟิวเจอร์สได้ แต่เป็นการเก็งกำไรระยะสั้น เพราะดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นมาสูงมากแล้ว กรณีลูกค้าเปิดสถานะลองไว้ แนะนำให้หาจังหวะในการทยอยชอร์ตเพื่อปิดสถานะ
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี (MFC) กล่าวว่า วิกฤตหนี้ในยุโรปหากไม่สามารถแก้ไขได้ ปัญหาอาจลุกลามและส่งผลกระทบต่อกระแสเงินทุนโลก และจะมีผลลบต่อตลาดเงินและตลาดทุน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดวิกฤตเมื่อปี 2551-2552
ดังนั้น นักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุน ในภาวะที่ความไม่แน่นอนทางการเงินของโลกอยู่ในระดับสูง เพราะดัชนีหุ้นที่ขึ้นมาทดสอบที่ระดับ 1,200 จุดได้ เกิดจากกระแสเงินทุนจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น
นายพิชัย ชุณหวชิร ประธานอนุกรรมการบริหารการลงทุน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ปัจจุบัน สปส.มีเงินลงทุนประมาณ 9 แสนล้านบาท แบ่งสัดส่วน 85% ลงทุนในตราสารหนี้ และ 10% หรือประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ลงทุนในตลาดหุ้น และที่เหลือเป็นการลงทุนในต่างประเทศและอื่นๆ
ทั้งนี้ สปส.มีแนวคิดว่าต้องการจะขยายสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นเป็น 25% เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่องทางการลงทุนที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดี เพื่อให้ สปส.สามารถมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายให้กับผู้ประกันตนที่จะเกษียณอายุ
นอกจากนี้ ขนาดเงินของ สปส.นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น โดยจะแตะระดับ 1 ล้านล้านบาทในไม่ช้า และอีก 20 ปี น่าจะถึง 4-5 ล้านล้านบาท จึงต้องคิดและมองหาการลงทุนไว้ด้วย
“ดัชนีหุ้นขึ้นมาอยู่แถว 1,200 จุด ทาง สปส.อาจมีการขายทำกำไรเพื่อปรับพอร์ตบ้าง แต่โดยหลักยังคงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นอยู่ เพราะไม่มีทางเลือกมากนัก และ สปส.ลงทุนเป็นหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี ถือลงทุนก็ได้เงินปันผลที่ดีอยู่แล้ว” นายพิชัย กล่าว







