
เพิ่มเป้าหุ้นกู้ปีนี้3.9แสนล.
สมาคมชี้2เดือนระดมแสนล.ฝรั่งได้กำไรค่าเงินดอกเบี้ย
สมาคมชี้2เดือนระดมแสนล.ฝรั่งได้กำไรค่าเงินดอกเบี้ย
สมาคมตลาดตราสารหนี้ เล็งเพิ่มเป้าหุ้นกู้เอกชนปีนี้ 3.9 แสนล้าน หลังแบงก์พลังงานตะลุยขายพร้อมรับมือ AEC การันตีเอกชนระดมเงินถูก
นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่สมาคมจะปรับประมาณการการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนในปีนี้เพิ่มเป็น 3.9 แสนล้านบาท จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 2.53 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับปี 2552 ที่มีเอกชนระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้สูงที่สุด
ทั้งนี้ เพราะเพียงช่วง 2 เดือนแรกของปี เอกชนออกหุ้นกู้แล้วมาก กว่า 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงานและยังมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการที่ทางการคุมการออกตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) และการเก็บอัตราค่าธรรมเนียมในการขาย B/E ทำให้ธนาคารหันมาออกหุ้นกู้แทนและมีการออกหุ้นกู้เพื่อคืนหนี้เดิมด้วย
“ขณะนี้จะเห็นว่ามีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่พึ่งพาเม็ดเงินจากตลาดตราสารหนี้เพียง 80 บริษัทเท่านั้น จาก บจ.ทั้งตลาดที่มีอยู่กว่า 470 บริษัท ซึ่งจะเห็นว่ายังมีช่องว่างและมีบริษัทอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้ามา ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะไม่รู้และบางบริษัทก็ยังไม่มีผู้บริหารด้านการเงิน (CFO) ดังนั้นถ้าหากร่วมกันพัฒนาและรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจเชื่อว่าเอกชนจะเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากขึ้น”
นอกจากนี้ ทางสมาคมอยู่ระหว่างการพัฒนาให้เกิดการลงทุนในหุ้นกู้ที่ไม่มีเรตติ้งหรือไฮฮีล ซึ่งคาดว่าไตรมาส 3 นี้จะเห็นได้
สำหรับการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศนั้นมียอดถือครองสุทธิล่าสุดที่มากกว่า 5 แสนล้านบาท เหตุผลหนึ่งของการไหลเข้ามาของเงินทุนต่างประเทศนอกจากผลตอบแทนในเรื่องอัตราดอกเบี้ยแล้ว ยังมีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ซึ่งจากต้นปีถึงปัจจุบันจะเห็นว่าได้ผลตอบแทนจากค่าเงินประมาณ 4% เพราะต้นปีเงินบาทอยู่ที่กว่า 31 บาท ขณะนี้อยู่ที่ 30 บาทกว่าๆ
นายนิวัฒน์ กล่าวว่า เพื่อรับมือกับการเปิดประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ทางสมาคมได้รับวงเงินภายใต้โครงอาเซียนหรือ Credit Guarantee Investment Facilities (CGIF) ซึ่งโครงการนี้จะมีเงินกองทุนเพื่อให้ประเทศสมาชิก รวม 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประเทศไทยได้มา 140 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ต้องการออกตราสารหนี้ในประเทศของตัวเองแต่มีเครดิต ต่ำกว่าประเทศ และถ้าหากอยากได้อันดับความน่าเชื่อถือเท่าประเทศก็ให้กองทุนนี้เข้ามาการันตี ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยถูกลง แต่ผู้ออกจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้ผู้ที่มาการันตีเครดิตให้ซึ่งการออกหุ้นกู้ภายใต้โครงการอาเซียนน่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้







