
ไฟแนนซ์ทูเดย์
“ก่อนเซ็นชื่อในเอกสารใดๆ พึงจำไว้ว่า ข้อความตัวโตๆ นั้น คือผลประโยชน์ที่เขาจะให้เรา แต่ที่พิมพ์ไว้ตัวเล็กๆ นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องเสีย”
โดย...ต้นกล้า
“ก่อนเซ็นชื่อในเอกสารใดๆ พึงจำไว้ว่า ข้อความตัวโตๆ นั้น คือผลประโยชน์ที่เขาจะให้เรา แต่ที่พิมพ์ไว้ตัวเล็กๆ นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องเสีย”
...กรรมการบริษัท ไทยออยล์ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของไทย ทั้งตำรวจ ทหาร นักพลังงาน ยันนักการคลัง ต่างมือไม้สั่นกับโครงการประมูลงานระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการกลั่น มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ที่เริ่มส่งกลิ่นตุๆ มาร่วมเดือนแล้ว หลายคนแหยงเพราะเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง อาจมีกระดูกมาแขวนคอ
งานนี้เขาเปิดให้ผู้รับเหมายื่นซองประกวดราคาตั้งแต่ปีก่อน ปรากฏว่ามีบริษัทที่เสนอแข่งประมูลทั้งหมด 4 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท Yokogawa (Thailand) 2.บริษัท Honeywell systems(Thailand) 3.บริษัท Invensys Process Systems (Thailand) และ 4.บริษัท Emerson แต่ดั๊นมีมือดีจริงๆ บีบให้เลือกบริษัทที่เสนอราคามาสูงกว่า จนคณะทำงานทางด้านเทคนิคที่ลงมติไปอึดอัด ว่ากันว่างานนี้มีของก้อนมหึมากว่า 600 ล้านบาท อาจหล่นใส่มือใครบางคนได้ เรื่องนี้ทำเอาพนักงานส่งหนังสือให้บอร์ดกันสนั่น ใครหูหนวกตาบอดก็แย่แล่ววววว
พลิกรายชื่อบอร์ดไทยออยล์ก็พบว่าแต่ละคนชื่อเสียงประวัติไม่เบา ไล่จาก ณอคุณ สิทธิพงศ์ ประธานกรรมการ สุรงค์ บูลกุล พิชัย ชุณหวชิร เทวินทร์ วงศ์วานิช มนู เลียวไพโรจน์ ชัยเกษม นิติสิริ อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เอ็มดีแบงก์กรุงไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. พล.ท.จิระเดช โมกขะสมิต สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร ฯลฯ อย่าให้มือต้องเปื้อนเล้ยย
...วกมาดูเรื่องนโยบายพักหนี้สะท้านใจกันบ้าง อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง บอกชัดว่า ยังไม่สามารถเสนอนโยบายพักชำระหนี้ดีครัวเรือนรายละไม่เกิน 5 แสนบาท ให้ ครม.อังคารนี้ได้ เพราะยังสรุปรายละเอียดไม่ได้
ขณะที่เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา รองโต้ง-กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้เรียกประชุมแบงก์รัฐ 6 แห่ง เพื่อสรุปรายละเอียดการพักชำระหนี้ดี 5 ล้านราย โดยแนวทางแรกพักชำระเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี แต่มีปัญหาแบงก์รัฐมีหนี้เสียเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ครั้นจะไปใช้แนวทางที่สองที่เป็นการลดดอกเบี้ยให้ 2% เป็นเวลา 3 ปี ก็จะทำให้แบงก์รัฐรายได้หายไปปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท รวม 3 ปี ก็เป็นรายได้ที่หายไปถึง 4.5 หมื่นล้านบาท มหึมานะใช่ แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือ หายนะ...m







